“แม่ วันนี้แม่ไม่ได้บอกว่าจะไปกินข้าวที่ห้างเหรอ ทำไมกลับดึกขนาดนี้ล่ะ”
เจิ้งเซียงเยว่นั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสาร กำลังเลื่อนดูคลิปอย่างเพลิดเพลิน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงลูกชายถามขึ้นข้างหู
“กินข้าวเสร็จก็ต้องเดินชอปปิงสิจ๊ะ”
“ปกติแม่เดินได้มากสุดแค่ชั่วโมงเดียวก็เหนื่อยแล้ว” ลูกชายพูดอย่างจนใจ “แอบไปกินขนมหวานโดยไม่บอกพี่เขาหรือเปล่า”
เจิ้งเซียงเยว่สะดุ้งโหยง “เปล่านะ!”
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเห็นปฏิกิริยาของเธอก็รู้ทันทีว่าจริงหรือไม่จริง “อยากกินก็กินเถอะ พี่เขาไม่ได้ห้ามแม่จริง ๆ หรอก แต่ช่วงนี้แม่ใส่ใจเรื่องชะลอวัยมากเกินไป เขาถึงได้วางแผนอาหารชะลอวัยกับแผนออกกำลังกายอะไรนั่นขึ้นมา…แค่อยากให้แม่ถอดใจไปเองน่ะ”
เจิ้งเซียงเยว่เบ้ปาก “ฮึ พวกแกสองคนนี่เจ้าเล่ห์กันจริง ๆ”
ชายหนุ่มคลายคิ้ว “ผมไม่ได้เจ้าเล่ห์สักหน่อย”
“แต่วันนี้แม่ไม่ได้กินจริง ๆ นะ ตอนต่อแถวมีคนแซงคิว!” เจิ้งเซียงเยว่ฟ้องลูกชาย “พูดดี ๆ ก็ไม่ฟัง ถ้าไม่ได้สาวน้อยที่ยืนข้างหลังช่วยพูดให้ วันนี้แม่คงเก็บเรื่องนี้ไปคิดอีกนานแน่!”
ชายหนุ่มถาม “แล้วสุดท้ายเธอก็ไม่แซงคิวแล้วเหรอ”
