“เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ” หลิงอู๋โหยวกล่าว “ขอบคุณมากที่ส่งพัฟมาให้ฉันนะคะ แต่ฉันรับโทรศัพท์ที่อยู่ข้างในไว้ไม่ได้ ถ้าสะดวกช่วยส่งที่อยู่มาให้หน่อยได้ไหมคะ ฉันจะส่งโทรศัพท์คืนให้ หรือส่งเลขคำสั่งซื้อมาให้ก็ได้ ฉันจะไปขอคืนเงินให้ โดยให้เงินคืนเข้าบัญชีของคุณโดยตรงค่ะ”
เจิ้งเซียงเยว่รีบตอบว่า “ไม่ต้อง ๆ ใช้ไปเถอะจ้ะ นี่เป็นแค่ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เอง”
สือหยวนได้ยินเรื่องนี้เข้าก็รู้สึกพูดไม่ออก หันไปมองแม่แล้วกระซิบเสียงเบา “แม่ แบบนี้ไม่ค่อยเหมาะสมนะ”
เจิ้งเซียงเยว่ถลึงตามองเขา “อะไรคือเหมาะสมไม่เหมาะสม โทรศัพท์ของเขาพังเพราะฉันนะ”
เธอพูดเสียงเบา แต่หลิงอู๋โหยวได้ยิน เธอรู้สึกว่าคุณนายเจิ้งคนนี้ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรผิดไป
“คุณนายเจิ้ง โทรศัพท์ของฉันไม่ได้พังเพราะคุณค่ะ ไม่จำเป็นต้องชดใช้ให้ฉัน รวมถึงตอนต่อแถวเมื่อกี้ด้วย ฉันไม่ได้ทะเลาะกับผู้หญิงคนนั้นเพราะคุณ ต่อให้คุณไม่พูดอะไร พอเห็นเธอแซงคิว ฉันก็จะห้ามทันทีอยู่ดีค่ะ”
เจิ้งเซียงเยว่ไม่เห็นด้วย “พูดแบบนั้นไม่ได้ ความจริงก็คือฉันเห็นเธอแซงคิวก่อน แล้วตอนที่เธอหาเรื่องฉัน คุณก็ช่วยพูดให้ แบบนี้ไม่ใช่หรือไง”
“ฉันช่วยพูดให้คุณเหรอคะ”
“ช่วยสิ ตอนฉันพูดว่า ‘ถึงฉันจะยอมให้เธอแซงไปหนึ่งคน แต่ข้างหลังยังมีคนรออีกตั้งเยอะ’ คุณก็ตอบว่าไม่ยอม คนอื่น ๆ ที่ต่อแถวไม่มีใครพูดสักคำ เอาแต่ยืนดูเรื่องสนุกกันทั้งนั้น!”
หลิงอู๋โหยวคิดในใจว่า คุณนายเจิ้งคนนี้ช่างเป็นเด็กดีไร้เดียงสาจริง ๆ
