“งั้นคราวนี้เริ่มจากผมก่อนแล้วกัน”
ฉือซีกวานซึ่งนั่งอยู่ริมขวาสุดวางสมุดเล่มค่อนข้างหนาลงบนโต๊ะ
“ผมค้นห้องลูกพี่ลูกน้อง แล้วเจอไดอารีของเขา ในนั้นเขียนสาเหตุที่ทำให้ป่วยเป็นโรคทางจิตไว้ บอกว่าเพราะผลการเรียนไม่ดี สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติด หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่กลับมาแล้วยังไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ฝึกงานในบริษัทมาตั้งนานก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทำอะไรก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เลยถูกอารองด่าว่าไร้ประโยชน์อยู่ตลอด...”
ฉือซีกวานหันไปมองเสิ่นเหมิงไห่ ก่อนถอนหายใจแล้วพูดอย่างเห็นใจ “ลูกพี่ลูกน้อง ชีวิตคุณก็ไม่ง่ายเลยนะ ไม่คิดเลยว่าอารองจะกดดันคุณขนาดนี้...”
เสิ่นเหมิงไห่เปิดไดอารีตรงหน้าอย่างงุนงง มีหลายคนชะโงกหัวเข้ามาดูพร้อมกัน
[วันนี้ฝนตก เหมือนกับอารมณ์ของผมเลย สวรรค์ก็กำลังร้องไห้ให้ผมหรือเปล่านะ...]
“พรืด” หลินอิ่งเห็นถึงตรงนี้ก็กลั้นขำไม่ไหว “แค่ก ดูออกเลยว่าผลการเรียนไม่ค่อยดี”
นี่มันข้อความแนวเด็กมีปัญหาที่ฮิตกันเมื่อหลายปีก่อนชัด ๆ
เสิ่นเหมิงไห่: หน้าแดงวาบ
ทั้งที่ไม่ได้เขียนเอง ทำไมเขาถึงรู้สึกอับอายขนาดนี้นะ?!
[พ่อเอาแต่บอกว่าผมไร้ประโยชน์ ตั้งแต่ตอนเข้าอนุบาลจนถึงตอนทำงาน ผมมันไร้ประโยชน์จริง ๆ นั่นแหละ แต่ที่บ้านมีเงินนี่นา แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน? ลูกสามคนของลุงใหญ่ก็ไร้ประโยชน์เหมือนผมไม่ใช่หรือไง พวกเราก็อยู่กันได้ดีไม่ใช่เหรอ ยังไงก็มีเงิน...]
