หลิงอู๋โหยวตัดสินใจรูดม่านเปิดทันที แล้วก็เห็นคนคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ผ้าห่มคลุมตั้งแต่ศีรษะลงมา ดูเหมือนจะสั้นเกินไป จึงเผยให้เห็นเท้าทั้งสองข้างที่ซีดเขียว
หลังจากเจอเหตุการณ์เมื่อครู่ในทางเดิน ความกลัวของสือหยวนก็เปลี่ยนไปแล้ว
ตอนแรกเขากลัวบ้านผีสิง
ตอนนี้เขากลัวหลิงอู๋โหยวทำบ้านผีสิงพัง
พอเห็นเท้าคู่นั้น เขาก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จึงดึงแฟนสาวให้รีบไป แต่หลิงอู๋โหยวยื่นมือออกไป กระชากผ้าห่มเปิดออกจนหมด พนักงานที่นอนอยู่บนนั้นถึงกับงงไปชั่วขณะ ก่อนจะเบิกตาจ้องทั้งคู่ แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งเมื่อนึกขึ้นได้
หลิงอู๋โหยวมองเครื่องสำอางที่ทำให้ใบหน้าของเขาเน่าไปครึ่งซีก พลางวิจารณ์อย่างจู้จี้ว่า “สีเนื้อเลือดสดเกินไป ควรทำให้ดูเน่าเปื่อยหม่นคล้ำกว่านี้ แล้วก็ใส่แมลงกินซากสักสองสามตัว...แปลกจัง พวกคุณแต่งหน้าทำไมไม่ดูภาพศพจริงล่ะ?”
พนักงาน:…………
ใครจะไปดูของแบบนั้นกันเล่า!!
“ขอโทษครับ ขอโทษ เราไปก่อนนะ” สือหยวนโอบไหล่แฟนสาวแล้วรีบหนีไปอย่างลนลาน
หลิงอู๋โหยวยังไม่ยอมไป “ฉันยังไม่ได้ค้นโต๊ะทำงานเลย”
สือหยวน:…………
สรุปว่าเธอมองบ้านผีสิงเป็นสถานที่เกิดเหตุจริง ๆ สินะ? โรคจากอาชีพนี่น่ากลัวเกินไปแล้ว
สือหยวนปลอบเธอ “คราวหน้าเราไปเล่นห้องปริศนากัน ที่นั่นค้นได้ แต่บ้านผีสิงก็แค่เดินผ่านให้ครบ ๆ ก็พอ ไม่ต้องค้นหรอก ถ้าความลับแตก พวกเขาจะลำบากใจ”
หลิงอู๋โหยวรู้สึกขัดใจ “คันไม้คันมือ”
สือหยวนกุมมือเธอไว้ “เดี๋ยวผมนวดให้”
หลิงอู๋โหยว:……
เธอดึงมือกลับอย่างจนใจ แล้วเดินต่อไป พอออกจากห้องพยาบาล ก็เจอประตูบานหนึ่งตรงหน้า มีคำว่า “ห้องน้ำ” เขียนอยู่ มือซ้ายถูกสือหยวนจับไว้ เธอจึงใช้มือขวาเปิดประตู ข้างในมี “ผี” ที่พันผ้าพันแผลเต็มตัวนั่งอยู่บนโถส้วม
