สองทุ่มสี่สิบนาที ทั่วทั้งเมืองไห่โจวจมอยู่ในความมืด
ตอนหลิงอู๋โหยวขึ้นนั่งเบาะหน้า สือหยวนเห็นว่าเธอเอาปลาทอดสามชิ้นที่หยิบจากจานอาหารของเขาตอนมื้อเย็นใส่กล่องติดมาด้วย ปลาทอดของโรงอาหารมันไปหน่อย สือหยวนกินไปชิ้นเดียวก็ไม่กินต่อ แต่หลิงอู๋โหยวกลับชอบมาก ปลาถูกทอดจนกระดูกกรอบ ไม่ต้องคายก้าง กินสะดวกดี
กวนจื่อผิงเปิดประตูรถแล้วขึ้นมา ก่อนจะหลับตาทิ้งตัวลงนอนบนเบาะหลังทันที “เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
สือหยวนมองเขาผ่านกระจกมองหลัง “พี่กวน ช่วงนี้เหมือนจะเริ่มตรวจเข็มขัดนิรภัยเบาะหลังแล้วนะ”
กวนจื่อผิงเพิ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นได้เมื่อถูกเตือน เขาบ่นพึมพำพลางลุกขึ้นมานั่ง คาดเข็มขัดนิรภัยให้ตัวเอง แล้วจึงเอนศีรษะพักต่อ
สือหยวนสตาร์ตรถ หางตาเห็นหลิงอู๋โหยวแกะฝากล่องดังกรอบแกรบ ใช้กระดาษทิชชูรองมือแล้วหยิบปลาทอดขึ้นมากิน
เมื่อนึกถึงคำพูดของตำรวจน้อยเว่ยตอนเที่ยงวันนี้ เขาก็ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามว่า “อู๋โหยว ท้องของเธอ…เป็นอะไรหรือ”
หลิงอู๋โหยวกัดปลาทอดคำหนึ่ง ตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “พังแล้วน่ะสิ”
“ทำไมถึงพังล่ะ”
“อดบ้างอิ่มบ้าง”
ในความทรงจำของสือหยวน เธอกินข้าวตรงเวลาเสมอ ไม่มีใครตรงเวลาไปกว่าเธอแล้ว “เป็นตั้งแต่เมื่อไร”
หลิงอู๋โหยวคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ตั้งแต่มัธยมต้นถึงมัธยมปลายมั้ง”
สือหยวนคิดว่านั่นเป็นช่วงสำคัญที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต “ทำไมล่ะ”
หลิงอู๋โหยวตอบว่า “ไม่มีเงิน”
