“เมื่อคืนตั้งแต่ห้าทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืนครึ่ง คุณอยู่ที่ไหน?”
“เฮ้ย ๆ คุณไม่ได้สงสัยผมใช่ไหม? ให้ตายเถอะ ผมเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเฉิงกุยเป็นใคร... เอาเถอะ ๆ ผมบอกคุณก็ได้ ตอนนั้นผมกำลังเปิดห้องอยู่ที่โรงแรม ผมให้บันทึกการเข้าพักกับเบอร์ติดต่อของผู้หญิงคนนั้นคุณได้ แต่อย่าบอกแฟนผมนะ...”
...
หลังวางสาย หลิงอู๋โหยวหัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “ผู้ชายก็เหมือนกันหมดจริง ๆ”
สือหยวนรู้สึกเหมือนโดนลูกหลงทั้งที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงยิ้มอย่างจนใจ
หลิงอู๋โหยวยื่นมือไปหาเขา “ฉันอยากดูไอ้ภาพเคลื่อนไหวนั่น”
สือหยวนเปิดรูปให้เธอดู “แบบนี้ไง กดค้างไว้ รูปก็จะขยับ”
“มันต่างจากวิดีโอตรงไหน?”
“ภาพไลฟ์โฟโต้เป็นภาพนิ่ง ส่วนวิดีโอเป็นภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่งจะมีเฟรมให้เลือกเพิ่มขึ้นหลายเฟรม ทำให้จับช่วงเวลาที่อยากหยุดภาพไว้ได้สะดวกกว่า”
หลิงอู๋โหยวกดรูปค้างไว้ ดูภาพไลฟ์โฟโต้ซ้ำหลายรอบ ในรูปมีหญิงสาวสองคนเดินตามกันมา ยิ้มหวานให้กล้อง หยวนหยวนหยวนมีขอบตาแดงนิดหน่อย สีหน้าดูเศร้าและฝืนอยู่จาง ๆ แต่รอยยิ้มก็ค่อนข้างจริงใจ
หลิงอู๋โหยวตรวจสอบเวลาอีกครั้ง วันที่ 15 ของเดือนนี้ เวลา 23:45 น.
แต่เวลาในรูปถ่ายจากมือถือเปลี่ยนได้หรือเปล่า?
หลิงอู๋โหยวเคาะโต๊ะของสือหยวน “มือถือคุณตั้งเวลาเองได้ไหม?”
สือหยวนชะงัก “คุณหมายความว่า หยวนหยวนหยวนอาจตั้งเวลาใหม่ก่อนแล้วค่อยถ่ายรูปงั้นเหรอ? ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้... ผมลองดูก่อน”
