“ใช่ค่ะ” เจียเจียตอบอย่างไม่ปิดบัง “เมื่อคืนเดิมทีพี่เวยเทียนเข้าเวรค่ะ กะเย็นเริ่มตั้งแต่ห้าโมงครึ่งถึงเที่ยงคืน แต่ตอนสามทุ่มกว่า ๆ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกไม่สบายมาก นอนอยู่บนเตียงจนลุกไม่ไหว ชั่วโมงที่เหลือฉันเลยเข้าเวรแทน วันนี้เธอถึงมาช่วยฉันคืนค่ะ”
คำพูดของเจียเจียทำให้ทั้งสองรู้สึกเหมือนใกล้จะคว้าเบาะแสบางอย่างได้ หลิงอู๋โหยวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรวดเร็วขึ้นเล็กน้อย “งั้นเมื่อคืนเธอกลับไปตั้งแต่สามทุ่มกว่าแล้วเหรอ?”
“อ๊ะ ไม่ได้กลับค่ะ” เจียเจียส่ายหน้า “เธอไม่สบาย เหมือนจะปวดประจำเดือน เลยนอนอยู่ในหอพักตั้งนาน ฉันกลับมาตอนเที่ยงคืนกว่า...ประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ตอนนั้นเลิกงานกลับมา เธอยังนอนอยู่บนเตียงเลยค่ะ เช้านี้ฉันถามพี่เวยเทียน เธอบอกว่าเมื่อคืนไม่ได้กลับไปไหน”
นอนอยู่ในหอพักตลอดงั้นหรือ?
หลิงอู๋โหยวกะพริบตา “แน่ใจไหมว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงตอนนั้นคือเฉินเวยเทียน?”
เจียเจียดูจะงุนงงกับคำถามนี้ “ก็เธอน่ะสิคะ...ไม่อย่างนั้นจะเป็นใครล่ะ?”
สือหยวนอธิบายว่า “ที่เราหมายถึงคือ คุณเห็นหน้าคนที่นอนอยู่บนเตียงไหม? หรือมีลักษณะอื่นที่ทำให้แน่ใจได้ว่าเป็นเฉินเวยเทียน”
“หน้าเหรอคะ?” เจียเจียขมวดคิ้วครุ่นคิด ผ่านไปไม่กี่วินาทีจึงส่ายหน้าอย่างลังเล “ฉันไม่เห็นหน้าค่ะ เพราะพี่เวยเทียนชอบนอนตะแคงหันหน้าเข้าด้านใน เลยไม่เห็นหน้า...อ๊ะ แต่เธอคุยกับฉันนะคะ”
