มุมปากของหลิงอู๋โหยวยกขึ้นเป็นรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว เธอหันไปเรียกเพื่อนร่วมทีมที่นั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดจนเหม่อลอยอยู่ข้าง ๆ “เจอแล้ว”
เสียงเรียกครั้งนี้ไม่ต่างจากเสียงสวรรค์ ดึงเหล่าคนที่แทบจะกลายเป็นซากเดินได้กลับคืนสู่โลกมนุษย์อันแสนอบอุ่น ทุกคนพากันเบียดเข้ามาหาหลิงอู๋โหยว
“ตรงไหน ๆ!”
“ให้ตายสิ เมื่อกี้ดูจนตาลายไปหมดแล้ว”
ตอนนี้ในห้องเรียนทำอาหารยังมีคนอยู่ไม่น้อย หลิงอู๋โหยวชี้ไปยังมุมหนึ่งตรงขอบภาพ “ตรงนี้”
จากนั้นเธอก็ลากแถบเวลาให้ย้อนกลับไป แล้วเปิดภาพการกระทำของหญิงสาวคนนั้นให้ทุกคนดูอีกครั้ง
ฉือซีกวานเบิกตากว้าง “ผงสีขาวนั่นต้องมีปัญหาแน่!”
“ก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” กวนจื่อผิงเหลือบมองเขา “ดูต่อเลย น้องหลิง”
หลิงอู๋โหยวจึงกดเล่นวิดีโอต่อ
ช่างบังเอิญเสียจริง ขณะที่หญิงสาวกำลังจะเอาผงสีขาวที่เทออกมาแล้วครึ่งหนึ่งใส่กระเป๋า จู่ ๆ ก็มีหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามา พอเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย คิ้วของหลิงอู๋โหยวก็ขมวดขึ้นทันที
ฉือซีกวานอุทานด้วยความประหลาดใจ “เสิ่นผานผานเหรอ?”
ซ่งเว่ยอันก็แปลกใจเช่นกัน “...ทำไมถึงเป็นเด็กคนนี้อีกแล้ว?”
เห็นเสิ่นผานผานเดินเข้ามาจากด้านหลังขวาของหญิงสาว แล้วยื่นมือขวาไปคว้ามือขวาของอีกฝ่ายพร้อมกับห่อถุงผงนั้นไว้ หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว พอตกใจก็รีบสะบัดมือที่จู่ ๆ ก็ยื่นเข้ามาออกไป ผลคือผงในมือถูกสะบัดกระเด็นออกไปด้วย
โชคดีที่กระเป๋าของเธอวางอยู่ข้าง ๆ ถุงผงเล็ก ๆ นั้นจึงกระเด็นลงไปในกระเป๋าพอดี ทั้งสองคนต่างตกใจ โดยเฉพาะหญิงสาวที่มีสีหน้าตื่นตะลึงและหวาดผวา
