สือหยวนสังเกตว่าเสียงจอแจรอบข้างพลันเงียบลง เขาสัมผัสได้ว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องเขากับหลิงอู๋โหยว ที่จริงการถูกคนมองและจับสังเกตเป็นเรื่องปกติในชีวิตของเขา แต่ไม่รู้ทำไม ตอนนี้เขากลับรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง……
“แค่ก……” สือหยวนค่อย ๆ วางมีดกับส้อมในมือลง ก้มหน้า ดูคล้ายจะกระดากอายอยู่บ้าง “ขอโทษนะ คราวหน้าผมจะไม่……”
“คราวหน้าคือเมื่อไหร่?” แฟนสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดเสียงเสียดสี “ครั้งนี้ฉันโกรธแล้วนะ”
“ขอโทษ ผม……”
“ผมอะไร ๆ อยู่นั่นแหละ นอกจากหน้าตาดีแล้วคุณมีอะไรดีอีก? ในกระเป๋าก็แทบไม่มีเงิน ยังบริหารเงินไม่เป็นอีก เงินหายไปไหนหมดก็ไม่รู้! ทุกเดือนต้องให้ฉันคอยช่วยเหลือ ใช้เงินแฟนสาวแล้วไม่ละอายบ้างหรือไง?”
หลิงอู๋โหยวย้ำกับตัวเองอยู่เสมอว่าจุดประสงค์ของเธอคืออะไร ทุกประโยคจึงหนีไม่พ้นเรื่องเงิน “พูดมาสิ เดือนที่แล้วเอาเงินไปใช้ที่ไหนหมด? ว่ามา!”
สือหยวนอ้าปาก ดวงตาฉายแววสับสน เขาเริ่มนึกถึงสิ่งที่ตัวเองใช้เงินไปเมื่อเดือนก่อนโดยไม่รู้ตัว “ซื้อรถคันหนึ่ง……”
ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็นึกขึ้นได้ พลันรู้สึกว่าไม่ดีแล้ว
หลิงอู๋โหยวกลอกตาอยู่ในใจ แต่ยังต้องช่วยแก้สถานการณ์ให้เขา “ก็แค่รถไฟฟ้ามือสองโทรม ๆ คันนั้นไม่ใช่เหรอ? เดาว่าคงราคาแค่เจ็ดแปดร้อย แล้วเงินที่เหลือล่ะ?”
สือหยวนไม่กล้าพูดต่อ “ก็……กิน ๆ ดื่ม ๆ อะไรทำนองนั้น……”
หลิงอู๋โหยวหัวเราะหึ “ไปทำเท่เลี้ยงข้าวคนอื่นข้างนอกมาหรือไง? ใจกว้างจริง ๆ นะ แล้วลองนับดูสิว่าคุณเคยเลี้ยงฉันกี่ครั้ง? นัดเดตกันทีไร ถ้าจะกินของดีหน่อยก็ฉันจ่ายทั้งนั้น พวกเราก็เป็นนักศึกษาเหมือนกัน คุณคิดว่าฉันมีเงินค่าครองชีพเยอะนักหรือไง?”
