ทันทีที่เขาพูดจบ ทุกคนก็เงียบลง ต่างพากันเลิกคิ้วเบิกตาด้วยความประหลาดใจว่าเหตุใดเขาถึงยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้
หลิงอู๋โหยวหันไปมองคนข้างกายเช่นกัน ในใจเริ่มระแวดระวัง รู้สึกเหมือนได้กลิ่นแผนการบางอย่าง
สือหยวนหันมายิ้มให้เธอ ก่อนจะหันไปมองหลินอิ่งที่จู่ ๆ ก็เงียบเสียงไป “แต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ระหว่างผมกับคุณหลิง เกี่ยวอะไรกับการตายของเสี่ยวไป๋ล่ะ?”
หลินอิ่งชะงักไปเมื่อถูกถาม เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็คิดไม่ออกว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน จึงแข็งข้อว่า “ต้องเกี่ยวกันแน่ แค่ยังหาไม่พบเท่านั้นเอง...”
สือหยวนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “รอฟังสิ่งที่พวกคุณค้นพบอยู่ครับ”
คนสุดท้ายคือซ่งเว่ยอัน เขาค้นห้องของกวนจื่อผิง และพบว่าอีกฝ่ายเคยทะเลาะกับเจี่ยเหรินอย่างดุเดือดก่อนเจี่ยเหรินตาย ทั้งยังพบประวัติแชตที่เขาพูดกับเพื่อนเหลวไหลว่าอยากให้เจี่ยเหรินตายเร็ว ๆ แต่เรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้สะเทือนขวัญเท่าของคนอื่น แถมยังเข้ากับบุคลิกของเขาเสียด้วย กลับทำให้เขาดูน่าสงสัยน้อยลง
การค้นหาหลักฐานรอบที่สองจบลงเพียงเท่านี้ นอกจากผู้เล่นบางคนแล้ว ทุกคนต่างมีแรงจูงใจในการลงมือไม่มากก็น้อย สาเหตุการตายของเสี่ยวไป๋ก็พอจะสรุปได้แล้ว เวลาที่ลงมือก็น่าจะระบุได้ใกล้เคียง...
แต่ทำไมยังปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้อยู่ดีล่ะ?
“ไม่มีหลักฐานอะไรที่เกี่ยวกับการฆ่าหมาบ้างเลยหรือ?” ฉือซีกวานถามอย่างกลัดกลุ้ม “ปล่อยไว้แบบนี้ทุกคนจะฉีกหน้ากันหมดแล้ว แต่ยังจับฆาตกรไม่ได้เลย”
