หลิงอู๋โหยวซื้อแผ่นหมี่เย็นย่างมาสองชุด นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยบนที่นั่งข้างคนขับซึ่งกว้างขวาง กินไปได้ครึ่งหนึ่งก็หันไปพูดกับสามคนด้านหลังว่า “ขากลับฉันไปนั่งข้างหลังดีกว่า จะได้ไม่เบียดกันขนาดนี้”
“ไม่เป็นไรหรอก” กวนจื่อผิงโบกมือ “หน้าหนาวแบบนี้ เบียดกันอุ่นดี”
ฉือซีกวานยังเคี้ยวอาหารอยู่เต็มปาก พอได้ยินก็พยักหน้าสองที “อืม อุ่นดี!”
สือหยวนเองก็ส่ายหน้าให้เธอ
ซ่งเว่ยอันแค่นเสียง “ได้สิ แล้วขากลับใครจะขับรถล่ะ? ให้ฉันไปนั่งข้างหลังอุ่นบ้างได้ไหม?”
กว่าจะได้กลับก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร แต่คงเหนื่อยแทบขาดใจแน่ ถ้าขับรถก็หลับไม่ได้
พอนึกถึงตรงนี้ สองแตงที่เมื่อครู่ยังคุยกันอยู่ต่างก็ก้มหน้าทำเป็นไม่ได้ยิน สือหยวนกำลังคิดจะเสนอตัว เขาอยากไปนั่งข้างหน้ากับอู๋โหยวอยู่เหมือนกัน แต่มีคนชิงพูดก่อน
“ฉันขับเองค่ะ หัวหน้าหน่วยซ่ง” คนที่นั่งข้างคนขับเอ่ย “ขากลับฉันจะขับรถ”
ซ่งเว่ยอันดีใจ “ดีเลย! ตั้งแต่เธอสอบใบขับขี่ผ่าน ฉันก็พูดแล้วว่าอยากนั่งรถที่เธอขับ แต่ยังไม่มีโอกาสสักที งั้นเดี๋ยวอย่าฝืนจนเหนื่อยเกินไปนะ”
หลิงอู๋โหยวรับคำอย่างว่าง่าย “ได้ค่ะ”
ทั้งสองคนก็ตกลงกันอย่างชื่นมื่นเช่นนี้
ถ้าซ่งเว่ยอันที่กำลังตั้งตารอหันไปมองกระจกมองหลังในตอนนั้น เขาคงเห็นใบหน้าซีดเผือดสามใบกับดวงตาเหม่อลอยอีกสามคู่ที่อยู่ด้านหลัง
ประสบการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อนยังติดตาตรึงใจเกินไป
…ไม่มีใครหยุดเธอหน่อยได้หรือไง?
กวนจื่อผิงเหลือบมองสือหยวนไม่หยุด
สือหยวนรู้ตัว แต่แกล้งทำเป็นไม่เห็น ก้มหน้าก้มตากินแผ่นหมี่เย็นย่างอย่างตั้งอกตั้งใจ
