สือหยวนพยายามอธิบายเหตุผลกับเธอ “ลองสลับตำแหน่งกันดูสิ ถ้าฉันบอกว่าเธอเป็นแฟนที่ฉันเลี้ยงไว้เดือนละแปดหมื่น เธอจะคิดยังไง”
“ฉันก็จะคิดว่า...” หลิงอู๋โหยวตอบทันที “ถ้าเป็นเรื่องจริง งั้นฉันก็ขอบคุณ”
สือหยวน: …
ช่างเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว วันนี้ไม่ได้มาทะเลาะกับเธอสักหน่อย
“ไปกันเถอะ” สือหยวนเผลอถอนหายใจ เขาหยิบหน้ากากอนามัยออกจากกระเป๋ามาสวม “ไปหาอะไรกินกันก่อน”
“อ้อ”
สือหยวนเดินนำอยู่ข้างหน้า หลิงอู๋โหยวมองแผ่นหลังที่ดูหงอยเหงาเล็กน้อยของเขา แล้วอดคิดไม่ได้ว่าเขาเป็นคนอารมณ์ดีแบบนี้มาตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า
แต่พอลองนึกย้อนดู ไม่ว่าจะตอนเรียนหรือตอนทำงาน ทุกครั้งที่ทั้งคู่โต้เถียงหรือเผชิญหน้ากัน คนที่ “ยอม” ก่อนก็มักเป็นสือหยวน หรือพูดอีกอย่างก็คือ เขาเป็นฝ่ายยอมเลิกล้มความคิดที่จะ “เปลี่ยน” ความคิดและพฤติกรรมของเธอก่อนเสมอ
ต้องยอมรับเลยว่าสือหยวนเป็นคนเข้ากับง่ายทีเดียว ยกเว้นบางครั้งที่เขาจะหัวแข็งไปหน่อย
หลิงอู๋โหยวเร่งฝีเท้าตามเขาไป “เฮ้ อย่าโกรธสิ”
สือหยวนมองเธอ ก่อนจะชะลอฝีเท้าลง “ฉันไม่ได้โกรธ แค่หงุดหงิดนิดหน่อย”
“งั้นก็อย่าหงุดหงิดสิ”
สือหยวน: …
“...ฉันจะพยายาม”
ปิ้งย่างตงเป่ยร้านนี้อร่อยจริง ๆ หลิงอู๋โหยวกินจนอิ่มท้อง ส่วนสือหยวนกินไม่มาก เขาทำตามทฤษฎีอิ่มแปดส่วนของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงบางครั้งจะมองเธอด้วยสายตาเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูด ดูท่าคงคิดอะไรไปเองแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
