เสิ่นเหมิงไห่จัดห้องพักผู้ป่วยวีไอพีไว้ให้ แล้วเข้าไปพักเป็นเพื่อนน้องสาว ส่วนซ่งเว่ยอันขับรถพาหลิงอู๋โหยวกลับ ระหว่างทางแวะอ้อมไปจอดที่หมู่บ้านเจินซิน ให้หลิงอู๋โหยวกลับไปพักก่อน ส่วนตัวเองขับรถไปสถานีตำรวจเพื่อส่งขวดน้ำเปล่าไปตรวจวิเคราะห์
หลิงอู๋โหยวนั่งหลับตาพักสายตาอยู่บนเบาะข้างคนขับ พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่ามาถึงใต้ตึกในหมู่บ้านเจินซินแล้ว แม้จะรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยากปฏิเสธน้ำใจของซ่งเว่ยอัน จึงกล่าวขอบคุณแล้วกลับขึ้นไป
เช้าวันรุ่งขึ้น ผลตรวจขวดน้ำที่แผนกนิติวิทยาศาสตร์เร่งทำงานล่วงเวลาออกมาแล้ว จากหยดน้ำปริมาณเล็กน้อยที่ยังหลงเหลืออยู่ในขวด ตรวจพบส่วนประกอบของยาระบายที่พบได้ทั่วไปตามท้องตลาด ขณะเดียวกันก็เก็บลายนิ้วมือของอ้ายรั่วอวี่ เสิ่นผานผาน และจางอวี่อันจากผิวขวดได้
“น้ำถูกสลับจริง ๆ” ซ่งเว่ยอันมองผลตรวจ “ตามคำให้การของอ้ายรั่วอวี่ เวลาที่จางอวี่อันสลับน้ำคือตอนที่เธอกำลังพักกลางวัน หลังจากนั้นเธอลงจากเตียงแล้วก็ไม่ได้ห่างจากน้ำอีกเลย...ถ้าอย่างนั้นสารไซยาไนด์ในน้ำของเธอถูกใส่ลงไปตอนไหน?”
กวนจื่อผิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้นว่า “งั้นก็เหลือแค่เธอใส่เองแล้วล่ะครับ?”
สือหยวนวางผลตรวจที่อ่านจบแล้วลงบนโต๊ะของซ่งเว่ยอัน “ตอนนี้เราระบุช่วงเวลาได้แค่ว่า หลังจากอ้ายรั่วอวี่ลงจากเตียงและหยิบน้ำแร่ จนถึงก่อนที่เธอจะเอาน้ำกลับไปที่ห้องพัก มีความเป็นไปได้อยู่สองอย่าง สมมติว่าอ้ายรั่วอวี่ไม่รู้เรื่องสารไซยาไนด์จริง ๆ สารไซยาไนด์ในน้ำของเธอก็ต้องถูกใส่โดยจูเฟยเฟยหรือซุนผิง”
