พูดไปพูดมา ตอนท้ายเธอแทบจะกรีดร้องออกมา เสียงสูงแหลมบาดหู
ซ่งเว่ยอันยกมือปิดหูทั้งสองข้าง พลางส่งสัญญาณให้เธอใจเย็น “คุณเสี่ยวหมี่ ใจเย็นก่อน ระวังเสียงหน่อยครับ”
พอเขาเตือนแบบนั้น เสี่ยวหมี่ถึงได้รู้ว่าช่วงหลังเสียงของตัวเองแตกพร่าไปหมด ฟังดูไม่รื่นหูเอาเสียเลย เธอหยุดกะทันหัน แล้วไอแผ่ว ๆ สองสามครั้ง
“เอ่อ งั้นคุณยอมรับแล้วใช่ไหมว่า…บุคลิกเสี่ยวหมี่เป็นคนฆ่าเหมาเหวยกังกับเหมาเล่อเล่อ?” ซ่งเว่ยอันถามย้ำ “แล้วคุณก็เอาหัวโขกกำแพงจนหมดสติไป?”
เสี่ยวหมี่พยักหน้า เสียงยังแหบอยู่เล็กน้อย “แค่ก แค่ก…อือ ใช่ ฉันเป็นคนฆ่า ไม่เกี่ยวอะไรกับยัยโง่โหยวเลยสักนิด”
หลิงอู๋โหยวถามว่า “งั้นโหยวหลี่ซวงก็ไม่รู้เรื่องการมีอยู่ของคุณมาตั้งแต่ต้นจนจบเลยหรือ?”
“อือ” เสี่ยวหมี่หันมามองเธอ “เธอไม่รู้ สำหรับเธอแล้ว ฉันคงเป็นแค่ความคิดแปลก ๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวเป็นครั้งคราว แต่คนเราก็พูดกับตัวเองในใจทั้งนั้น เรื่องแบบนี้ปกติมาก”
สือหยวนกับหลิงอู๋โหยวสบตากัน ก่อนที่สือหยวนจะพูดว่า “คุณเสี่ยวหมี่ คุณมีความผิดฐานปกปิดบุคลิกหลักเพื่อหลีกเลี่ยงโทษจำคุก”
“ฉันน่ะหรือปกปิดโหยวหลี่ซวง? เหอะ!” เสี่ยวหมี่ทำสีหน้าเหมือนจะบอกว่า ‘อย่ามาล้อเล่นน่า’ “คนอย่างหล่อนจะฆ่าคนเป็นด้วยหรือ? แค่ไม่มาถ่วงแข้งถ่วงขาฉันก็ดีแค่ไหนแล้ว! ขนาดฆ่าปลายังต้องทำใจอยู่นาน ยัยขี้ขลาดแบบนั้นจะให้ไปฆ่าคนเหรอ? เหอะ…ขำตาย”
