ซ่งเว่ยอันพยักหน้า ไม่ได้อยู่ต่อให้นานความ “รบกวนแล้ว”
โจวซือฝืนยิ้มออกมาอย่างยากเย็น “ไม่รบกวนหรอกค่ะ”
หลิงอู๋โหยวกำลังมองสำรวจห้องรับแขกไปทางซ้ายทีทางขวาที หลังจากโจวซือย้ายมาแล้วน่าจะไม่ได้ตกแต่งใหม่ เพราะผนังเหลืองและสีลอก พวกเขาเอาใบประกาศของเหรินเฉินเฉินมาติดไว้หลายใบเพื่อปกปิด แต่บางจุดที่สีลอกอยู่สูงหรืออยู่ตรงมุมเกินไป จึงปิดไม่มิด
หลิงอู๋โหยวมองใบประกาศเหล่านั้น เป็นใบประกาศนักเรียนดีเด่นแบบที่เด็กประถมได้รับกันทั่วไป ไม่มีอะไรพิเศษ
สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ประตูบานหนึ่งหลังโซฟา ซึ่งติดป้ายเขียนด้วยลายมือแบบเด็กประถมว่า “เข้าห้องกรุณาเคาะประตู” เธอเดาว่านั่นน่าจะเป็นห้องของเหรินเฉินเฉิน
ไม่นานโจวซือก็เดินออกมาจากครัว นำน้ำมาให้ทั้งสองคนคนละแก้ว เมื่อเห็นตำรวจสองนายเพิ่งเข้าบ้านมาก็มองสำรวจไปทั่วอย่างไม่เกรงใจ ใบหน้าไร้เครื่องสำอางของโจวซือก็ดูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
เธอนั่งลงบนเก้าอี้เตี้ยฝั่งตรงข้ามโต๊ะน้ำชา ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้จิบน้ำสักคำ ก็เร่งถามราวกับกำลังไล่ให้รีบว่า “มีอะไรก็ถามมาเร็ว ๆ ฉันยังต้องรีบทำกับข้าว”
ซ่งเว่ยอันจิบน้ำไปคำหนึ่ง จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เขาขมวดคิ้ว “น้ำแก้วนี้ยังไม่ได้ต้มใช่ไหม”
มือของหลิงอู๋โหยวที่ยกแก้วน้ำขึ้นมาชะงักไป
โจวซือแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะร้องอ๋อ “ฉันก็ว่าทำไมน้ำที่ต้อนไว้ก่อนออกไปถึงเย็นเร็วขนาดนี้ ที่แท้ก็ลืมต้มนี่เอง”
