หลิงอู๋โหยวหันไปถามสือหยวนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า “มหาวิทยาลัยเรามีกลุ่มศิษย์เก่าแบบนี้ด้วยเหรอ?”
สือหยวนส่ายหน้า “ผมไม่เคยเห็นนะ”
“อ้อ”
คนโพสต์มีเยอะเกินไป ปกติอ่านดูก็พอสนุกอยู่หรอก แต่สำหรับคุณตำรวจหลิงที่มีเป้าหมายชัดเจนแล้ว ข้อมูลพวกนี้กลับไร้ประโยชน์ เธอลองค้นด้วยคำสำคัญหลายคำ แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล จึงทำได้แค่กวาดตาอ่านผ่าน ๆ หวังว่าจะเจออะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง
โชคดีที่เพิ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน ช่วงหยุดระหว่างภาคก็มีโพสต์ไม่มากนัก ส่วนโทรศัพท์ของเซียวเวยเซี่ยวหายนั้นเกิดขึ้นตอนเปิดเทอมปีก่อน หรือก็คือเดือนกันยายน หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในช่วงนั้นจริง ๆ ก็ไม่น่ายากที่จะหาเจอ
หลิงอู๋โหยวไถหน้าจอไปตลอดทาง ในที่สุดก็เจอโพสต์แฉที่ดูน่าสนใจโพสต์หนึ่ง
[ขอแจ้งเบาะแสไอ้แก่คนหนึ่ง หน้าด้านฉิบหาย ตอนนั้นพูดจาหว่านล้อมฉัน บอกว่าจะดึงฉันเข้าทีมแข่งขันระดับบัณฑิตศึกษา พอถึงขั้นยื่นโครงการช่วงสุดท้ายกลับเขี่ยฉันทิ้ง แล้วเอาเด็กเส้นเข้ามาแทน เก่งนักนะ เห็นว่าฉันไม่ได้เรียนสาขาเดียวกับพวกแก ก็เลยคิดว่ารังแกง่ายใช่ไหม?
ก็จริงที่ฉันไม่ได้มีส่วนช่วยมากนัก แต่ตอนที่พวกแกดึงฉันเข้าทีม พูดเสียเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าส่วนที่ฉันรับผิดชอบขาดไม่ได้... ขำจะตาย พอมาถึงขั้นสุดท้าย ในที่สุดก็เผยธาตุแท้น่าขยะแขยงออกมาแล้วสินะ?
จะเป็นไอ้แก่คนไหนฉันไม่ขอระบุชื่อ แค่อยากโพสต์เตือนเพื่อนนักศึกษาคนอื่น อย่าเชื่อใจคนง่ายเกินไป โดยเฉพาะอาจารย์ที่มีอำนาจบารมี ชวนให้ไปช่วยงานแล้วรับปากว่าจะเพิ่มคะแนนนวัตกรรม หรือใส่ชื่อเป็นผู้ร่วมงานประกวดอะไรพวกนั้น ทั้งหมดเป็นคำสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ (รูปกลอกตา)]
