เสิ่นเหมิงไห่ปลอบใจตัวเองเช่นนั้น สูดหายใจลึก ๆ อยู่หลายครั้งเพื่อเตรียมใจ ก่อนยกขาทั้งสองข้างที่ไม่ยอมเชื่อฟังขึ้น แล้วค่อย ๆ คลำกำแพงเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ด้วยท่าทางประหลาด
ทางเดินทอดยาวไม่สิ้นสุด ตอนที่เจอกวนจื่อผิง เขาถึงกับสะดุ้ง แต่พอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นหลังของอีกฝ่าย เสิ่นเหมิงไห่ก็ผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ ราวกับยกภูเขาออกจากอก ก่อนตบไหล่กวนจื่อผิงเบา ๆ
กวนจื่อผิงเคยได้ยินเรื่องเกมสี่มุมมาก่อน แต่ไม่ค่อยรู้กติกา และไม่เคยคิดถึงความพิลึกพิลั่นในเกมด้วย เขารู้แค่ว่าพอถูกใครตบไหล่แล้ว ก็ต้องไปตบไหล่คนถัดไป
ตอนนี้เขายืนอยู่ในห้องมืดสนิท จะบอกว่าไม่กลัว...ก็คงกลัวอยู่บ้าง แต่จะบอกว่ากลัวมากก็ไม่ถึงขนาดนั้น ยังไงก็แค่เดินไปตบไหล่คนอื่นเท่านั้นเอง มีอะไรต้องกลัวด้วยหรือ?
ดังนั้นพอรู้สึกว่ามีคนตบไหล่ กวนจื่อผิงก็ไม่ลังเล รีบก้าวเดินคลำกำแพงไปข้างหน้า ไม่นานก็รู้สึกว่ามีคนยืนอยู่ตรงหน้า
กวนจื่อผิงคิดว่าคนนี้คงเป็นน้องหลิง ถ้าจำไม่ผิด ลำดับน่าจะเริ่มจากน้องหลิง ต่อด้วยหลินอิ่งเพื่อนของเธอ แล้วก็เสิ่นเหมิงไห่ จากนั้นถึงตาเขา...ถ้าเขาต้องไปตบไหล่ใคร ก็แปลว่าต้องวนกลับไปหาคนแรก คือไปตบน้องหลิงสินะ?
ขณะที่กวนจื่อผิงคำนวณอยู่ในใจ มือก็คลำโดนเสื้อผ้าของคนตรงหน้าแล้ว เขาตบอีกฝ่ายสองที สัมผัสได้ว่าคนนั้นค่อย ๆ ขยับออกไป ไม่นานก็เดินจากตำแหน่งนั้น กวนจื่อผิงไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ก้าวเข้าไปยืนแทนที่ตามปกติ
ในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงดนตรีประกอบชวนขนหัวลุก ราวกับเสียงผีสาวคร่ำครวญอย่างน่าเวทนา พื้นห้องก็มีวัสดุแปลก ๆ คล้ายพรมขนนุ่ม ทำให้แทบไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า
