ห้อง 212 เล็กกว่าห้องของเสิ่นผานผานอยู่หน่อย แต่ถ้ามีแค่หลิงอู๋โหยวกับเสิ่นเหมิงไห่กินข้าวกันสองคน ก็ยังดูหรูหราเกินไปอยู่ดี
หลิงอู๋โหยวสั่งอาหารไปหลายจานตามคำแนะนำอย่างกระตือรือร้นของเสิ่นเหมิงไห่ เธอไม่เกรงใจอยู่แล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายมีเงินเหลือเฟือ พอสั่งอาหารเสร็จ เธอก็นึกถึงเรื่องที่เห็นเสิ่นผานผานเมื่อครู่ จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ไหนบอกว่าน้องสาวคุณจะมากินด้วยไง?”
เสิ่นเหมิงไห่เงยหน้าขึ้นจากเมนู “อ๋อ ตอนแรกก็บอกว่าจะมากินด้วยกัน แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนใจจะไปกินกับเพื่อน บอกว่าอยากกระชับความสัมพันธ์กันหน่อย”
หลิงอู๋โหยวถาม “น้องสาวคุณอายุเท่าไหร่?”
“สิบเก้าปี เพิ่งเข้าปีหนึ่งตอนเดือนกันยายนปีนี้”
“พวกนั้นเป็นเพื่อนร่วมชั้นหรือเพื่อนร่วมห้องของเธอเหรอ?”
เสิ่นเหมิงไห่ส่ายหน้าอย่างงุนงง “ไม่รู้สิ แต่เป็นผู้หญิงหมดเลย น่าจะปลอดภัยอยู่มั้ง อยู่ห้องข้าง ๆ เรานี่เอง”
หลิงอู๋โหยวเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วก็ไม่ถามอะไรต่อ
อาหารยังไม่ทันมา เสิ่นเหมิงไห่ก็อดใจไม่ไหว รีบถามถึงความคืบหน้าของคดีที่จวี้มู่ครั้งก่อน คดีทั่วไป ไม่จำเป็นต้องปิดเป็นความลับ หลิงอู๋โหยวนึกถึงราคาอาหารแพงหูฉี่ที่เห็นในเมนูเมื่อครู่ จึง “ใจกว้าง” เล่าเรื่องราวสุดดราม่าให้เขาฟัง แถมยังตอบคำถามรายละเอียดต่าง ๆ อย่างใจเย็นอีกด้วย
