หลิงอู๋โหยวมีสีหน้าเรียบเฉย “ถึงคุณจะถูกข่มขู่ แต่คุณก็ลงมือไปแล้ว เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้”
“ผมไม่มีทางเลือกนี่! ผม...”
ดูเหมือนเขาอยากอธิบายอะไรบางอย่าง แต่กลับนึกคำพูดที่ดีกว่านี้ไม่ออก จึงกุมหัวทำท่ากลัดกลุ้ม ก่อนจะเลิกคิดไปเสียอย่างนั้น
หลิงอู๋โหยวจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “คุณเยว่ ฉันขอถามอีกครั้ง ตอนนั้นทำไมคุณถึงซื้อประกันอุบัติเหตุให้พ่อ?”
เยว่เฉิงไฉกุมหัวไว้ ราวกับนกกระจอกเทศที่มุดหัวอยู่ในทราย
หลิงอู๋โหยวยักไหล่ “ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร”
เยว่เฉิงไฉลดมือลง สีหน้าของเขากลับมาสงบนิ่งตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ สงบนิ่งจนแทบจะปล่อยตัวตามยถากรรม “เพราะผมอยากฆ่าเขา ผมไม่มีเงินแล้ว ตอนนั้นเขายังพูดอยู่ปาว ๆ ว่าอยากได้ไตของผม ผม... ผมปล่อยให้เขาถ่วงชีวิตผมไม่ได้”
ซ่งเว่ยอันเหลือบมองคนฝั่งตรงข้าม
แม้แรงจูงใจนี้จะเป็นสิ่งที่พวกเขาคาดไว้แต่แรกแล้ว แต่พอได้ยินเจ้าตัวพูดออกมาเอง ก็อดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้
หลิงอู๋โหยวถาม “แล้วทำไมพอทำประกันแล้วถึงไม่ฆ่าล่ะ?”
เยว่เฉิงไฉก้มตาลง
“เพราะผมเจอซูโหย่วโหย่ว ยัยเศรษฐีโง่คนนั้น เธอรักผมจนหัวปักหัวปำ ยอมจ่ายเงินให้ผม แถมตอนนั้นบัญชีของเธอก็เริ่มทำเงินได้แล้ว แต่ละเดือนมีรายได้หลายหมื่น เธอใจกว้างกับผมมาก จู่ ๆ วิกฤตการเงินของผมก็คลี่คลายไปเลย”
