“คุณรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร” ซ่งเว่ยอันเลิกคิ้ว “คุณได้ยินใครบอกมา?”
คุณปู่เจิ้งตอบว่า “ก็เมื่อช่วงก่อนนี่เอง ฉันได้ยินพยาบาลพวกนั้นคุยกับพานฟางว่า ติดต่อลูกชายเขาไม่ได้ แล้วพานฟางก็ร้องไห้อยู่ตรงนั้น เดี๋ยวก็บอกว่าลูกชายไม่กตัญญู เดี๋ยวก็บอกว่าชีวิตลูกชายก็เป็นชีวิตเหมือนกัน พูดอะไรต่อมิอะไรตั้งเยอะแยะ ฉันฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก”
ซ่งเว่ยอันหันไปมองลูกชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “มีเรื่องนี้ด้วยเหรอ?”
ซ่งชงซินพยักหน้า “ครับ”
“ลูกชายเขาตรวจแล้วเข้ากันได้หรือเปล่า?”
ซ่งชงซินตอบว่า “ญาติสายตรงมีโอกาสเข้ากันได้สูงกว่าครับ แต่เขาไม่ยอมแม้แต่จะมาตรวจ เลยยังไม่รู้ว่าจะเข้ากันได้หรือเปล่า”
“นอกจากพานฟางกับลูกชายแล้วล่ะ?” ซ่งเว่ยอันหันไปถามคุณปู่เจิ้งอีกครั้ง “มีคนอื่นมาเยี่ยมเขาไหม?”
คุณปู่เจิ้งตอบว่า “ไม่มีแล้ว”
“แล้วในห้องผู้ป่วยของคุณ มีใครเคยทะเลาะกับเขาบ้างไหม?”
คุณปู่เจิ้งถอนหายใจ “แค่จะมีชีวิตอยู่ก็แทบต้องแลกด้วยครึ่งชีวิตแล้ว จะเอาแรงที่ไหนไปทะเลาะกับคนอื่นล่ะ เฮ้อ!”
ก็จริงอย่างที่เขาว่า
“คนที่เข้าออกห้องผู้ป่วยของคุณเป็นคนคุ้นหน้ากันหมดหรือเปล่า มีคนแปลกหน้าเข้ามาบ้างไหม โดยเฉพาะช่วงนี้”
“ไม่มี” คุณปู่เจิ้งตอบ “ก็มีแต่พยาบาล หมอ แล้วก็พวกป้า ๆ ที่กวาดถูพื้น หน้าคุ้นกันทั้งนั้น”
“เยว่เจี้ยนซือมีเพื่อนผู้ป่วยที่รู้จักกันในโรงพยาบาลไหม?”
