เมื่อเห็นคุณนายเจิ้งโงนเงนแทบจะล้ม สือหยวนก็รีบเข้าไปประคองเธอให้นั่งลง พอได้ยินคำพูดของหลิงอู๋โหยว เขาก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไรขึ้น จึงถามอย่างประหลาดใจว่า “มีคนตกจากตึกเหรอ?”
หลิงอู๋โหยวเดินไปหยิบโทรศัพท์ตรงที่นั่ง “ยังไม่แน่ใจ คุณคอยดูแลคุณน้าไว้ก่อน ฉันจะลงไปดู”
พูดจบ เธอก็ไม่รอฟังว่าอีกสองคนในห้องจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ก่อนเร่งฝีเท้าออกไป
“อู๋โหยว!”
สือหยวนอดกังวลกับความเด็ดขาดฉับไวของเธอไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องถึงชีวิต เขาไม่วางใจให้เธอไปคนเดียว จึงตบไหล่คุณนายเจิ้งเบา ๆ ปลอบใจ ก่อนพูดอย่างรวดเร็วว่า “แม่ อยู่ในห้อง อย่าเดินไปไหน โทรเรียกพี่ให้มารับนะ ผมจะลงไปกับอู๋โหยว”
คุณนายเจิ้งกุมหัวใจที่เต้นรัว พยักหน้าทั้งที่ยังตัวสั่น “พวกเธอสองคนระวังตัวด้วยนะ...”
เมื่อมองตามแผ่นหลังของลูกชายที่รีบร้อนจากไป เจิ้งเซียงเยว่ก็หยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยมือสั่น ๆ พลางค้นหาวีแชทของลูกชายคนโตไปด้วย พึมพำอย่างหวาดผวาไปด้วยว่า
“ทำไมถึงเจอเรื่องแบบนี้อีกแล้ว...คราวหน้าคงต้องเอาเครื่องรางที่แม่ไปขอมาใส่ติดตัวไว้แล้ว น่ากลัวจริง ๆ...”
อีกด้านหนึ่ง สือหยวนตามหลิงอู๋โหยวทันตรงหน้าลิฟต์
หลิงอู๋โหยวหันกลับมามองเขา “คุณน้าล่ะ?”
สือหยวนตอบว่า “แม่ผมไม่เป็นไร ตอนนี้น่าจะติดต่อพี่ชายผมได้แล้ว”
“ดี”
ประตูลิฟต์เปิดออก ข้างในมีคนอยู่ไม่น้อย นอกจากหลิงอู๋โหยวกับสือหยวนแล้ว ยังมีอีกคนที่รอลงจากชั้น 14 ไปพร้อมพวกเขา พอทั้งสามเข้าไป ในลิฟต์ก็แน่นขนัด หลิงอู๋โหยวยืนอยู่ด้านหน้า ส่วนสือหยวนที่ยืนชิดอยู่ด้านหลังช่วยกันไม่ให้คนอื่นเบียดเธอ
