“ห้องผีแขวนคอก็พอใช้ได้นะ” ทั้งคู่นั่งพักอยู่บนเก้าอี้สาธารณะ หลิงอู๋โหยวถือไอศกรีมอยู่ในมือ กินไปวิจารณ์บ้านผีสิงไป “ตอนแรกใช้แว่นสามมิติกับแสงไฟสร้างภาพว่าทุกครั้งที่ไฟดับ ผีผู้หญิงจะขยับเข้ามาใกล้ แล้วพอไฟดับครั้งสุดท้ายก็ทำให้เชือกขาด เป็นการบอกใบ้ให้แขกคิดว่าผีผู้หญิงลงมาแล้ว”
“ถึงคนส่วนใหญ่จะรู้ว่าผีผู้หญิงคนนั้นเป็นภาพฉาย แต่ระหว่างที่กำลังเดากันอยู่ว่าสุดท้ายผีผู้หญิงหายไปไหน จู่ ๆ ก็มีมือจริง ๆ มาตบเข้าให้... แบบนั้นก็ทำให้หลายคนตกใจได้จริง ๆ”
อย่างเช่นผม
สือหยวนกัดไอศกรีมคำหนึ่ง คิดเงียบ ๆ
“แต่นายนี่โง่จริง ๆ” หลิงอู๋โหยวมองคนข้าง ๆ อย่างเอือมระอา “ตกใจแล้วก็นั่งนิ่งไม่ขยับอยู่อย่างนั้นเหรอ? อย่างน้อยคนอื่นเขาก็ยังร้องหรือลุกวิ่ง แต่นายนี่นั่งรอความตายอยู่ตรงนั้นเลยหรือไง?”
“ไม่ได้รอความตาย...” สือหยวนเม้มปาก “คุณต้องช่วยผมอยู่แล้ว”
แล้วเธอก็ช่วยเขาจริง ๆ
หลิงอู๋โหยวแค่นเสียง “ยังจะบอกว่าช่วยนายอีก ทั้งหมดนี่เป็นของปลอมทั้งนั้น”
“แต่ที่คุณช่วยผมเป็นเรื่องจริง”
“...”
ขี้เกียจจะสนใจเขา
กินไอศกรีมหมดแล้ว หลิงอู๋โหยวก็อยากไปเล่นเครื่องเล่นสุดท้าย นั่นคือแก่งน้ำเชี่ยว ที่เก็บไว้เล่นเป็นอย่างสุดท้ายเพราะกลัวว่าถ้าเปียกน้ำแล้วจะได้กลับโรงแรมเลย แต่สือหยวนอยากไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าในสวนสนุก เธอจึงไปเป็นเพื่อนเขาก่อน
