ยังไม่ทันสิ้นเสียง ก็เห็นเหมียวชิ่งโหยวขับรถไปจอดหน้าหมู่บ้านจัดสรร ก่อนลงจากรถแล้วเดินเข้าไป
เบาะแสที่ขาดหายไปหลายจุดพลันเชื่อมโยงกันในหัว กวนจื่อผิงรู้สึกอะดรีนาลีนพุ่งพล่าน รถยังจอดไม่สนิทก็รีบร้อนปลดเข็มขัดนิรภัย “ให้ตายเถอะ! น้องหลิง เร็ว ลงจากรถเร็ว!”
หลิงอู๋โหยวไม่พูดพร่ำทำเพลง หักพวงมาลัยกลับรถแล้วจอดเข้าช่องจอดชั่วคราวริมทางอย่างมั่นคง โชคดีที่กวนจื่อผิงไหวตัวทัน ใช้มือยันไว้ ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้ว่าจะถูกเหวี่ยงไปถึงไหน
ให้ตายสิ เมื่อกี้เขากล้าบอกให้น้องหลิง “เร็ว” ได้ยังไงกัน?
ทั้งสองลงจากรถ แตะบัตรผ่านที่ลุงรปภ.จนคุ้นหน้า แล้วตรงเข้าไปในหมู่บ้านจัดสรร
พวกเขาตามเหมียวชิ่งโหยวมาจนถึงใต้ตึก 4 จากระยะไกล พออีกฝ่ายเข้าไปในลิฟต์ ทั้งสองก็รีบวิ่งตามไปหยุดอยู่หน้าประตูลิฟต์ มองตัวเลขชั้นที่แสดงอยู่ด้านบน ตัวเลขสีแดงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ภายใต้สายตาที่จับจ้องอย่างตึงเครียดเล็กน้อยของพวกเขา ก่อนจะหยุดลงที่ชั้น 14
กวนจื่อผิงกลืนน้ำลาย แล้วส่ายหน้าช้า ๆ “ฉันไม่เชื่อว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญ”
หลิงอู๋โหยวแท็กซ่งเว่ยอันในกลุ่มแชต ถามเขาแล้วว่าต่อไปจะทำอย่างไร
ซ่งเว่ยอันส่งข้อความเสียงกลับมาอย่างรวดเร็ว “ตอนนี้ผมกำลังไปหมู่บ้านจัดสรรม่านทิงหยวน พวกคุณสองคนตามเหมียวชิ่งโหยวต่อไป อย่าเพิ่งทำให้ไหวตัวได้ ควบคุมตัวเขาไว้ก่อน แล้วเค้นคำพูดจากปากเขา”
