“ซูอวี่หนิง หรือเธอคิดจริง ๆ ว่าโลกทั้งใบหมุนรอบตัวเธอ? เธอไม่มีเวลา คนอื่นต้องรอเธอ?
เธอเดินจากไป คนอื่นก็ต้องรอเธอกลับมาอยู่ที่เดิม?
เธอไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา แต่คนอื่นต้องยื่นโอกาสมาให้เธอถึงที่?”
ริมฝีปากของซูอวี่หนิงสั่นระริก เธออยากพูดว่า “ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น” อยากบอกว่า “วันนั้นเป็นสถานการณ์พิเศษ” แต่พอคำพูดมาถึงปาก กลับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เพราะเธอรู้ว่าเย่หวูซวงพูดถูก
วันนั้น เขามาจริง รอจริง และอยากให้โอกาสโหยวหลงจริง ๆ
แต่เธอ ใช่ เธอนี่เอง ที่โยนเขาทิ้งไว้ในห้องประชุมเพื่อซูเจ๋อ
เย่หวูซวงมองเธอ แววตายังคงสงบราบเรียบ
“อีกอย่าง ที่เธอบอกว่าซูเจ๋อ เธอคิดว่าเขาเป็นคนที่จะมาเติมเต็มความเสียใจให้เธองั้นหรือ?”
มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย เป็นเส้นโค้งจาง ๆ จางมาก ทว่ามีความหมายบางอย่างยากจะบอกได้
“ซูอวี่หนิง เธอคิดจริง ๆ หรือว่าบนโลกนี้มีเรื่องบังเอิญขนาดนี้?
น้องชายของเธอเพิ่งตายไปไม่นาน ก็มีคนที่หน้าเหมือนน้องชายเธอโผล่มา?
เธอคิดจริง ๆ หรือว่าเขามาที่ตระกูลซูเพราะชื่นชมเธอ?”
ซูอวี่หนิงชะงักงัน