“อ๊าก!!!”
เหลียงเหล่ยตกใจจนวิญญาณแทบหลุด ร่างหงายหลังอย่างแรง
เสียงกรีดร้องแสนทรมานหลุดออกจากปาก
กลิ่นเหม็นคลุ้งกระจายไปทั่ว
ชั่วพริบตา บริเวณใกล้เคียงก็เงียบกริบ
เอ้อร์ไหลจื่อกับลูกน้องอีก 2 คนรู้สึกขนลุกซู่
บ้าไปแล้ว บ้ากันหมดแล้ว!
หลี่ต้าซานที่ปกติได้แต่ทำเก่งใส่คนในบ้าน วันนี้กลับเล่นใหญ่ถึงขนาดนี้
เขาบ้าระห่ำไล่ต้อนเหลียงเหล่ยอย่างไม่ยั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนหลังยังเอาปืนจ่อหัวเหลียงเหล่ยตรง ๆ
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าหลี่ต้าซานแค่ขู่เหลียงเหล่ย ต่อให้มีความกล้าสักสิบเท่าก็คงไม่กล้ายิงจริง
แต่แล้วก็มีเรื่องที่ชวนตะลึงยิ่งกว่าเกิดขึ้น
หลี่ต้าซานไม่ได้ยิง
กลับยื่นปืนล่าสัตว์ให้เกาต้าหนิวที่บ้าบิ่นกว่าเขาเสียอีก
“แปลกนะ ปืนไม่ดัง!”
วินาทีต่อมา เอ้อร์ไหลจื่อก็หน้าถอดสี
ได้ยินแต่เสียงร้องของเหลียงเหล่ย แต่ไม่ได้ยินเสียงปืน
อีก 2 คนสบตากัน ก่อนร้องขึ้นว่า “พี่เหล่ยยังไม่ตาย!”
“แน่นอนว่ายังไม่ตาย แต่...”
หลี่ต้าซานทำหน้าเอือมระอา ใช้เท้าเขี่ยเหลียงเหล่ยที่ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าเบา ๆ
เขาไม่ได้ใส่ดินปืนไว้ในรังเพลิงตั้งแต่แรก
คนยังไม่ตาย แต่สภาพก็แทบไม่ต่างจากตายแล้ว
ตอนนี้ของเหลวสีเข้มกำลังไหลลงมาตามขากางเกง
รองเท้าที่สวมอยู่เต็มไปด้วยปัสสาวะ
ส่วนตัวเหลียงเหล่ยนั้น
ตาเหลือกหมดสติไปนานแล้ว
“แค่ความกล้าเท่านี้ยังกล้าพาคนเข้าป่ามาล่าหมูป่าอีก ฉันว่าพวกแกนั่นแหละจะได้กลายเป็นอาหารเสริมให้หมูป่า”
หลี่ต้าซานย่อตัวลง เคาะหน้าผากเหลียงเหล่ย แล้วเอียงคอมองคราบปัสสาวะบนพื้น
“พี่ต้าซาน ปืนกระบอกนี้เสียหรือเปล่า ทำไมมันไม่ดังล่ะ?”
