ก่อนการปลดแอก
ตระกูลจ้าวของจ้าวผิงถิงเป็นหนึ่งในเจ้าที่ดินรายใหญ่ที่สุดของเมืองชิงซาน
ในเมื่อเป็นเจ้าที่ดิน ก็ย่อมต้องติดต่อกับโจรป่าในท้องถิ่นอยู่บ่อย ๆ
ติดต่อกันไปมาจนพ่อของจ้าวผิงถิงบังเอิญรู้เรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่ง
อาจเป็นเพราะทำเรื่องเลวร้ายไว้มากเกินไป
ตระกูลเฉาที่คอยเป็นสายลับให้โจรป่าอย่างลับ ๆ มาโดยตลอด กลับไม่มีลูกชายสักคน
เพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูล
ตระกูลเฉาจึงให้พ่อค้าคนกลางซื้อเด็กผู้ชายคนหนึ่งมา
เด็กคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเฉาตงซาน
หลายปีต่อมา
เฉาตงซานเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วการปราบปรามโจรป่าครั้งใหญ่ก็เริ่มต้นขึ้น
เมื่อโจรป่าจำนวนมากถูกกวาดล้าง สิ่งที่ตามมาติด ๆ คือการปฏิรูปที่ดินและการจัดชนชั้นทางสังคม
เพราะอาศัยการคุ้มครองจากโจรป่าเพื่อขึ้นเขาล่าสัตว์มานาน ตระกูลเฉาจึงมีทรัพย์สินมากมาย หากไม่มีใครเข้ามาแทรกแซง อย่างน้อยก็ต้องถูกจัดให้เป็นชาวนารวย
ในเวลานั้นเอง ผู้เฒ่าตระกูลเฉาก็รู้ว่าลูกชายคนโตของบ้านที่ขายเด็กให้เมื่อครั้งนั้น ได้กลายเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไปแล้ว
พวกเขาอ้อมไปหาตระกูลเกา แล้วแกล้งทำเป็นให้เฉาตงซานกลับไปพบครอบครัว
หวังอาศัยความสัมพันธ์นี้
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตระกูลเฉาถูกจัดเป็นชาวนารวย
หลังเล่าความลับที่ได้ยินจากปากพ่อจบ
จ้าวผิงถิงก็พูดเสียงขรึมกับหลี่ต้าซานต่อว่า เกาเหว่ยเอาใจใส่พี่ชายแท้ ๆ คนนี้มาก
“เขาไม่เพียงช่วยตระกูลเฉาเปลี่ยนสถานะจากชาวนารวยเป็นชาวนาจน แต่ยังคอยปกป้องเฉาตงซานจากเรื่องเลว ๆ ที่ก่อไว้มาโดยตลอด พอรวมกับเส้นสายที่ตระกูลเฉาสั่งสมไว้ในหมู่บ้านตั้งแต่ก่อน ก็แทบไม่มีใครกล้าแตะต้องยมทูตเดินดินคนนี้”
