เช้าวันถัดมา
หลี่ต้าซานไม่มีเวลาแม้แต่จะกินมื้อเช้า เขาคว้าสุ่ยเหลียนจูแล้วไปหาเกาต้าหนิวทันที
หมู่บ้านตระกูลซุนอยู่ห่างจากหมู่บ้านเขาซานแค่ห้าหกหลี่ ระหว่างทางมีไร่ข้าวโพดผืนหนึ่งกับคูน้ำสองสายกั้นอยู่
“นี่มันอะไรกัน? ไอ้ขี้เกียจหลี่ต้าซานหอบปืนมาทำไม?”
“เบาเสียงหน่อย ระวังมันหาเรื่องรีดไถเอา”
“คงมาหาเรื่องบ้านไหนสักหลังล่ะมั้ง?”
ระหว่างทาง ทั้งคู่บังเอิญเจอชาวบ้านที่ออกไปทำไร่แต่เช้าบ้างเป็นครั้งคราว พอเห็นหลี่ต้าซานสะพายปืน ทุกคนก็พากันกระซิบกระซาบ
ไม่มีใครกล้าเข้าไปทัก
กลัวจะถูกหลี่ต้าซานตามตอแยไม่เลิก
ไม่ถึงชั่วโมง ทั้งสองก็มายืนอยู่หน้าประตูบ้านซุนเต๋อลี่แล้ว
ตระกูลซุนเป็นชาวนาร่ำรวย แต่กลับใช้ชีวิตขี้เหนียวกว่าชาวนาที่ยากจนเสียอีก
กำแพงลานบ้านพังไปครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ยอมซ่อม
“ซุนเต๋อลี่ ออกมานี่! ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย!”
เมื่อเจอญาติใจร้ายที่คิดจะขายคน หลี่ต้าซานก็ไม่คิดจะไว้หน้าแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น เสียงด่าทออึงอลก็ดังมาจากห้องด้านใน
ไม่นานนัก ประตูลานบ้านก็เปิดออก
ซุนเต๋อลี่โผล่หน้าออกมาครึ่งหนึ่ง ด้านหลังมีภรรยาของเขา หม่าเฉี่ยวจุ่ยตามมาด้วย
ไอ้แก่หน้าเหี้ยอายุห้าสิบกว่า ใบหน้าตอบแหลม แสดงท่าทีขี้เหนียวและเจ้าเล่ห์
ภรรยาของเขา หม่าเฉี่ยวจุ่ยก็ไม่ต่างกันเท่าไร
ดวงตาคู่นั้นกลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์
พอเห็นหลี่ต้าซานยืนขึงขังอยู่หน้าประตู สองผัวเมียไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัว กลับยิ่งทำตัวกร่างขึ้นมาทั้งคู่
ซุนเต๋อลี่พูดจาเหน็บแนม “ฉันนึกว่าใคร ที่แท้ก็แกนี่เอง ไอ้ตัวถังบ้านหลี่เว่ยกั๋ว! ฟังนะ ที่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านของแก อยากมากร่างก็ผิดที่แล้ว!”
