หลี่ต้าซานเป็นใครน่ะหรือ? ก็ไอ้ลูกไม่เอาไหนที่ใคร ๆ ต่างรังเกียจ แม้แต่หมาก็ยังเมิน
ไปหาเรื่องเขา ต่อให้ไม่โดนต่อย ก็โดนกวนประสาทจนแทบอยากตาย
ถ้าหลี่ต้าซานต่อยคนดี ๆ ละก็
ชาวบ้านคงไม่พูดอะไรสักคำ แถมต้องกรูกันเข้าไปช่วยแน่นอน
แต่ซุนเต๋อลี่น่ะหรือ
หมากัดกันเอง ตายไปสักตัวก็ลดภาระไปตัวหนึ่ง
“ปกติซุนเต๋อลี่ชอบรังแกพี่ชายกับพี่สะใภ้ คนแบบนี้โดนซ้อมก็สมควรแล้ว เราไม่ต้องไปช่วยหรอก”
“คนอย่างกับส้วมเหม็น ๆ บ้านไหนบ้างที่ไม่เคยโดนเขาเอาเปรียบ”
“อย่าพูดถึงเลย ปีก่อนเขายืมแป้งข้าวโพดบ้านฉันไปครึ่งถุง จนป่านนี้ยังไม่คืน”
ถึงขั้นมีหนุ่ม ๆ หลายคนส่งเสียงเชียร์
ยุให้หลี่ต้าซานซ้อมซุนเต๋อลี่ให้ตาย
การมุงดูเรื่องสนุกโดยไม่กลัวเรื่องบานปลาย เป็นเรื่องปกติของยุคนี้
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเข้ามาห้าม หลี่ต้าซานก็ยิ่งได้ใจ
เขาก้มลงคว้าคอเสื้อซุนเต๋อลี่ กระชากขึ้นจากพื้น แล้วตบซ้ายขวาอีกสองฉาด
“ซุนเต๋อลี่ ฟังให้ดี วันนี้ถ้าฉันไม่ซ้อมแกให้ยอม ฉันก็ไม่ใช่คนแซ่หลี่!”
ซุนเต๋อลี่โดนซ้อมจนหมดฤทธิ์ จากที่เคยกร่างก็กลายเป็นมึนงง ก่อนจะลงเอยด้วยการอ้อนวอน
“อย่า... อย่าตีแล้ว ต้าซาน ฉันผิดไปแล้ว ต่อไปไม่กล้าอีกแล้ว”
หลี่ต้าซานได้ยินดังนั้นก็หยุดมือ กวาดตามองชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยสายตาเย็นชา
“ทุกคนฟังให้ดี ที่ฉันตีซุนเต๋อลี่เพราะมันสมควรโดน ไม่ใช่ฉันบุกหมู่บ้านมาหาเรื่องโดยไม่มีเหตุผล แต่เป็นเพราะมันทำตัวเลวเกินไป”
“ตอนนั้นมันยกซุนเหมียวเหมียวให้ฉันแต่งด้วย ก็เพราะคิดถึงผลประโยชน์ของตัวเอง พอตอนนี้เห็นว่าฉันหมดประโยชน์ ก็อยากให้เหมียวเหมียวแต่งงานใหม่กับคนอื่น ไม่สนใจความสมัครใจของเธอสักนิด มองเธอเป็นของที่ซื้อขายกันได้ตามใจ!”
