จินต้าถัวใจเต้นวูบ ก่อนถามอย่างลังเลว่า “นายคิดจะส่งกระดูกหมีให้ทีมผลิตครึ่งหนึ่งด้วยเหรอ?”
“ไม่ใช่ครึ่งเดียว แต่จะส่งให้ทั้งหมด”
“ทั้งหมด? นายล้อฉันเล่นหรือไง อยู่ ๆ จะใจดีขนาดนี้ได้ยังไง?”
“หัวหน้าทีมผลิต แกต่างหากที่ล้อฉันเล่นก่อน!”
หลี่ต้าซานถลึงตา กระชากคอเสื้อจินต้าถัวไว้
“ถ้าฉันช้ากว่านี้แค่วินาทีเดียว คนที่ถูกหามลงมาตอนนี้คงไม่ใช่หมีดำ แต่เป็นศพฉันแล้ว ไอ้แก่ไร้ประโยชน์อย่างแกไม่ทำอะไรสักอย่าง ไม่สิ แกทำแล้ว...”
จากนั้นหลี่ต้าซานก็ปล่อยมือจากจินต้าถัว สะบัดหนังหมีดำที่ม้วนอยู่สองสามครั้ง ก่อนถือไว้ในมือ
“หัวหน้าทีมผลิต แกลองดูหนังหมีดำนี่สิ คุ้นตาไหม?”
ท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคน หลี่ต้าซานชูหนังหมีดำขึ้น แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปหาจินต้าถัวทีละก้าว
ไม่รู้ทำไม
จินต้าถัวพลันรู้สึกหนาววาบไปทั้งตัว ราวกับสิ่งที่หลี่ต้าซานถืออยู่ไม่ใช่หนังหมีดำ แต่เป็นปืนกระบอกหนึ่ง
ปืนที่ขึ้นลำไว้แล้ว พร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ
หลี่ต้าซานเดินตรงไปหาจินต้าถัวอย่างไม่รีบร้อน
ทีละก้าว ๆ เขาบีบจินต้าถัวจนถอยไปติดกำแพงด้านนอกของที่ทำการทีม
“จินต้าถัว ฉันยังไว้หน้าแกอยู่นะ อย่าทำเป็นไม่รู้จักรับน้ำใจ เมื่อก่อนหลี่ต้าซานคนนี้ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ใคร ๆ ก็เหยียบหัวฉันได้ แม้แต่ไอ้จางโหย่วฝูยังกล้ามาวาดลวดลายใส่ฉัน แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ถ้ายังกล้ามารีดไถเอาของจากบ้านหลี่เราอีก แกยื่นมือไหนมา ฉันจะตัดมือนั้นทิ้ง”
“คนเท้าเปล่าไม่กลัวคนใส่รองเท้า แกมีครอบครัวต้องเลี้ยง ฉันก็มีครอบครัวต้องเลี้ยง ถ้าไม่พอใจก็มาลองดูกัน แผลบนหนังหมีนี่ได้มายังไง ต้องให้ฉันอธิบายซ้ำอีกไหม?”
