โรงอาหารใหญ่ของรัฐไม่เหมือนกับร้านอาหารของรัฐ
โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าใช้บริการ
เป็นโรงอาหารที่โรงงานจัดตั้งขึ้นเอง เพื่อดูแลพนักงานกับครอบครัวโดยเฉพาะ
ตอนขายปลาเมื่อครู่ หลี่ต้าซานได้เข้าไปตีสนิทกับพ่อครัวใหญ่ของโรงอาหารคนหนึ่ง
ถึงได้มีโอกาสมากินอาหารที่นี่
แน่นอนว่า
ต้องจ่ายเงิน
เนื้อทอดราดซอสหนึ่งจาน เนื้อผัดไข่หนึ่งจาน ผักกาดขาวผัดหนึ่งจาน หมั่นโถวแป้งขาวสี่ลูก
แถมโจ๊กข้าวฟ่างอีกสองชาม
เกาต้าหนิวจ้องอาหารบนโต๊ะที่ยังมีไอร้อนลอยกรุ่นจนตาแทบถลน คว้าตะเกียบแล้วก็กินอย่างตะกละตะกลาม
สุดท้ายยังเลียซอสในจานจนเกลี้ยง
ไม่เหลือทิ้งแม้แต่นิดเดียว
“ค่อย ๆ กิน ไม่มีใครแย่งหรอก ถ้าไม่พอก็สั่งเพิ่มได้”
หลี่ต้าซานอดหัวเราะไม่ได้
เกาต้าหนิวเรอออกมาแล้วพูดว่า “พี่ต้าซาน มื้อนี้ดีกว่าที่ผมกินตอนตรุษจีนอีก หอมสุด ๆ ผมกินจนท้องแทบแตกแล้ว!”
หลังจากกินอิ่มหนำ ทั้งสองก็เอนหลังพักบนเก้าอี้อยู่ครู่หนึ่ง
ค่าอาหาร 4 หยวน 5 เหมา ไม่แพงเลย
ตอนห้าทุ่ม ทั้งสองเดินกลับถึงหมู่บ้านเขาซาน
ระหว่างทาง เกาต้าหนิวพร่ำรำพันถึงความหอมของเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย พูดไม่หยุดว่าคนที่สบายที่สุดในโลกก็คือพวกคนงาน
มีเงิน แถมยังได้อยู่ตึก
อาหารก็ดีอีกต่างหาก
เมื่อกลับถึงหมู่บ้าน หลี่ต้าซานก็ไปส่งเกาต้าหนิวถึงหน้าบ้านก่อน แล้วล้วงเงินที่ได้จากการขายปลาในวันนี้ออกมาจากกระเป๋า
หักค่าอาหาร 4 หยวน 5 เหมาออกไปแล้ว
เหลือ 150 หยวน 8 เหมา
“ต้าหนิว เงินนี่เราแบ่งกันคนละครึ่ง จะได้ไม่เสียเปรียบทั้งคู่”
เกาต้าหนิวทำหน้างุนงง “พี่ต้าซาน อะไรคือแบ่งกันคนละครึ่ง?”
