กระสุนนัดเมื่อครู่เกือบปลิดชีวิตเขาไปแล้ว
ส่วนอีกสองนัดที่ตามมา ดูเผิน ๆ เหมือนยิงเฉี่ยวเป้า แต่ความจริงกลับปิดตายทุกช่องทางที่เขาจะเคลื่อนตัวได้
นัดหนึ่งทางซ้าย อีกนัดทางขวา
กระสุนทั้งคู่เฉียดเข้ามาใกล้มาก
แค่หลี่ต้าซานกล้าโผล่หัวออกไป ก็ต้องโดนยิงหัวแน่
“ไอ้เด็กเวร ออกมาสิ มาแข่งยิงปืนกับปู่หน่อย! สมัยก่อนตอนที่ฉันขี่ม้าฝรั่ง ถือปืนฝรั่งอยู่ แกยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองดิ้นอยู่ในท้องผู้หญิงคนไหน!”
“ถ้ายังไม่ออกมา พวกฉันจะเข้าไปหาแล้วนะ!”
ดูเหมือนทั้งคู่ไม่ได้รีบร้อนจะฆ่าหลี่ต้าซาน ทุกครั้งที่ยิงก็จะข่มขู่เขาด้วยคำพูดไปด้วย
หลี่ต้าซานที่เริ่มสงบลงค่อย ๆ คิดประเมินสถานการณ์
คนที่มีฝีมือยิงปืนดีขนาดนี้ในยุคนี้มีอยู่ไม่กี่ประเภท
ประเภทแรกคือนายพราน ประเภทที่สองคือทหารประจำการหรือกองกำลังอาสา
ส่วนประเภทที่สาม ก็มีแต่พวกโจรป่าที่หนีรอดมาได้
ฟังจากคำขู่ของทั้งสองคนแล้ว พวกมันคงเป็นโจรช่ำชองที่ขี่ม้าฝรั่ง สะพายปืนฝรั่ง ออกปล้นไปทั่วป่าหิมะผืนใหญ่
คิดดูแล้วก็ใช่
ยุคนี้ผู้คนยังแทบไม่มีข้าวกิน
พวกโจรป่าที่หนีการปราบปรามซ้ำแล้วซ้ำเล่า เดิมทีก็ควรจะเงียบหายไป ซ่อนตัวใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขา แต่ก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาไม่มีข้าวกินและอาจอดตายได้ทุกเมื่อ
ในสถานการณ์แบบนี้ พวกมันย่อมหวนกลับไปทำอาชีพเดิม
กลับมาทำงานเสี่ยงตายอีกครั้ง
จะแข่งยิงปืนกับพวกมันหรือ?
หลี่ต้าซานคงอยากตายถึงได้คิดแบบนั้น
พวกโจรป่าทางตะวันออกเฉียงเหนือที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่าหิมะ ต่างก็ยิงปืนแม่นกันทั้งนั้น
