หลี่ต้าซานพูดอย่างจนใจว่า “แม่ ทุกครั้งที่เราสองแม่ลูกคุยกัน แม่ช่วยเลิกพูดเรื่องนี้ซ้ำ ๆ ได้ไหม แม่วางใจเถอะ ต่อไปมีเด็กให้แม่เลี้ยงอีกเยอะ ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย ลูกมีเรื่องต้องจัดการเต็มไปหมด”
“เอาแค่เรื่องสร้างบ้านก็พอ ช่วงสองวันนี้ลูกยังต้องหาทางหาอิฐให้บ้านเราอยู่เลย”
“แม่ว่าแกอย่าทำให้มันวุ่นวายนักเลย บรรพบุรุษเราสร้างบ้านด้วยอิฐดินมาตลอดไม่ใช่หรือ บ้านคนอื่นใช้กันได้ แล้วทำไมบ้านเราจะใช้ไม่ได้ล่ะ”
“ไม่ใช่ว่าใช้ได้หรือไม่ได้หรอก บ้านที่สร้างด้วยอิฐดินต้องซ่อมทุกไม่กี่ปี แถมปัญหาใหญ่ที่สุดของบ้านแบบนี้คือกันลมได้ แต่กันฝนไม่ได้”
หลี่ต้าซานเป็นคนที่ผ่านยุค 60 มา ย่อมรู้ดีว่าคนชนบทส่วนใหญ่สร้างบ้านด้วยอิฐดินที่หาได้ในท้องถิ่น
เอาดินเหนียวมาผสมกับฟางข้าวสาลี ปั้นเป็นอิฐดินแล้วนำมาก่อบ้าน
ปัญหาคือของพวกนี้ทนฝนไม่ได้
พอเจอฝนหนักไม่กี่ครั้ง บ้านก็พรุนไปหมด
แน่นอนว่าเอาปูนขาวมาฉาบด้านนอกบ้านอิฐดินเพื่อกันน้ำได้
แต่ก็มีปัญหาอีก
ยุคนี้หาอิฐได้ยาก ปูนขาวก็ใช่ว่าจะหาได้ง่าย
ถ้ามีเวลาไปหาปูนขาว ทำไมไม่เอาแรงไปหาอิฐแทนล่ะ
“แม่ เรื่องสร้างบ้านไม่ต้องห่วงหรอก ลูกมีแผนอยู่แล้ว ดึกแล้ว รีบกลับไปพักเถอะ”
กว่าจะเกลี้ยกล่อมหวังชุ่ยฮวาให้กลับไปได้ก็แทบแย่
หลี่ต้าซานนอนอยู่บนเตียงเตา ครุ่นคิดว่าคืนนี้จะบุกไปหาจ้าวผิงถิงดีไหม
คนที่หนึ่ง คนที่สอง แล้วก็คนที่สี่ ล้วนจัดการได้เรียบร้อยแล้ว ส่วนซุนเหมียวเหมียวก็ไม่ใช่ปัญหาเหมือนกัน
