จะเอานิ้วก้อยมาเปรียบก็ยังไม่เกินจริง
โจรป่ากลุ่มใหญ่จริง ๆ มีกำลังพลอย่างน้อยหนึ่งถึงสองพันคน มากสุดก็ห้าหกพันคน กระทั่งเมืองอำเภอยังกล้าบุกตี
ได้ยินคนแก่เล่าว่า โจรป่ากลุ่มใหญ่บางกลุ่มถึงกับมีปืนใหญ่ขนาดเล็กอยู่ในมือ
“พ่อ ไอ้เวรนี่เหมือนพวกสี่เสาหลักแปดคานหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่แค่เหมือนหรอก อีกฝ่ายต้องเป็นแน่ ๆ”
ซ่งจินซานตอบอย่างมั่นใจ
“ไอ้หนุ่มนี่ก็เป็นได้ทั้งเสาค้ำฟ้าหรือเสารับสวรรค์ รู้ไหมว่าหมายถึงอะไร?”
หลี่ต้าซานเม้มปากแล้วพูดว่า “ที่พ่อบอกว่าเสาค้ำฟ้า น่าจะหมายถึงมือปืนที่แม่นที่สุดในหมู่โจรป่าใช่ไหม? แล้วเสารับสวรรค์คืออะไรล่ะ?”
“เสารับสวรรค์ก็คล้าย ๆ หัวหน้าหมวดทหารอาสาในหมู่บ้านเรา รับผิดชอบจัดคนเข้าเวรยาม ดูแลเรื่องภายในของกองโจร คนสองประเภทนี้ คนหนึ่งยิงปืนแม่น อีกคนก็เจ้าเล่ห์ล้ำลึก ฝีมือหมัดมวยก็ไม่ธรรมดา ที่ไอ้หนุ่มนั่นยังพอสู้ได้ก็เพราะไม่มีปืนติดมือ ถ้ามีปืนจริง ๆ ผู้กองเถียนที่แกพูดถึงคงลำบากแน่”
ซ่งจินซานตบไหล่หลี่ต้าซาน
ทำไมโจรป่าถึงลงจากเขา? ก็เพราะอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้วน่ะสิ
ชาวบ้านธรรมดา ๆ พออดอยากจนอยู่ไม่ไหว ก็ทำเรื่องบ้าบิ่นได้ทุกอย่าง คนดียังกลายเป็นหมาป่ากินคนได้
ส่วนโจรป่าที่โหดเหี้ยมอยู่แล้ว พอไม่มีอะไรจะกิน ก็ไม่มีเรื่องไหนที่พวกมันไม่กล้าทำ
การทำให้ทหารอาสาสองคนสลบ ไม่ใช่เพราะไม่อยากฆ่าพวกเขา
คงกลัวว่าจะเกิดเสียงดังจนเรียกทหารอาสาแถวนี้มา
ที่สู้กับเถียนเซิ่งลี่แล้วสุดท้ายยังถอยหนีไปได้โดยไม่บาดเจ็บ ก็ได้แต่บอกว่าโจรป่าพวกนั้นหิวโซจนหนังติดกระดูก
