“อย่าว่าแต่นายที่คิดว่ามันผิดปกติเลย แม้แต่พวกหัวหน้าข้างในก็ยังงงจนพูดไม่ออก แต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นไปแล้ว ผู้กองเถียนเป็นใครกัน ถึงหนีรอดจากเงื้อมมือเขาได้ ถ้าไม่ใช่สายลับแล้วจะเป็นคนพเนจรจากด่านในหรือไง? ไม่ต้องถามแล้ว รีบกลับไปเถอะ”
หลังส่งจ้าวผิงถิงกลับไป หลี่ต้าซานก็จุดบุหรี่หนึ่งมวน ก่อนหันมองเทือกเขาที่อยู่ไกลออกไป
ภาพศพที่เขาเจอในตอนนั้นผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่
จากร่องรอยต่าง ๆ ชายที่ตายอยู่เชิงเขาซวงหลงมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นสายลับพลร่มที่กระโดดลงมาจากฟ้า
เรื่องยังผ่านไปไม่นาน ก็มีสายลับที่ยิ่งแปลกประหลาดกว่าปรากฏตัวขึ้นอีกคน
หมู่บ้านเขาซานกลายเป็นที่หมายปองตั้งแต่เมื่อไรกัน
ทำไมถึงได้ดึงดูดสายลับนัก
พอตกเย็น หมู่บ้านเขาซานก็เต็มไปด้วยทหารอาสา
ทหารอาสาจากแปลงนาที่สามแทบยกกันมาทั้งหมด ส่วนทหารอาสาจากกรมกิจการทหารอำเภอก็มากันหลายร้อยคน
อาวุธสารพัดรุ่นมีให้เห็นครบ แต่ที่ดูน่าเกรงขามที่สุดก็ยังเป็นทหารอาสาจากฟาร์ม
ทุกคนสะพายปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติรุ่น 56 เหมือนกันหมด
อาวุธชนิดนี้เพิ่งพัฒนาได้ไม่นาน แม้แต่กองทัพประจำการก็ยังไม่ได้ประจำการกันครบทุกคน ทหารอาสาของฟาร์มเดิมทีก็เป็นทหารประจำการที่ปลดประจำการมา อีกทั้งฟาร์มยังมีความสำคัญ จึงได้รับการจัดสรรอาวุธดี ๆ ก่อนเป็นธรรมดา
“ต้าซาน ในที่สุดเราก็ได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันอีกแล้ว”
เชิงเขา เสิ่นฉางไห่สะพายปืนยาวไว้บนบ่า มีปืนพกเสียบอยู่ที่เอว ท่าทางพร้อมร่วมรบเต็มที่
