ก่อนอื่น ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีแต้มแรงงาน
ไม่มีแต้มแรงงานก็แลกเสบียงไม่ได้
ตอนรับซื้อธัญพืชส่วนกลางในฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี จะไม่มีใครมาตรวจสอบว่าปีนี้บ้านคุณได้แต้มแรงงานเท่าไร หรือแลกเสบียงไปกี่ส่วน
การส่งธัญพืชส่วนกลางคิดตามจำนวนคน
บ้านหลี่ต้องส่งธัญพืชส่วนกลางปีละ 900 ชั่ง
ปีที่แล้ว สมาชิกกองผลิตแต่ละคนได้แบ่งธัญพืชกันเท่าไร?
200 ชั่ง
ทำงานในนาก็ยังแทบไม่พอกิน ถ้าไม่ทำงานก็มีแต่ต้องอดตาย
อย่างที่สอง
กองผลิตและคอมมูนจะตำหนิคนที่ไม่เข้าร่วมการผลิตด้วยวิธีการต่าง ๆ
สุดท้ายก็จะป้ายสีว่าคุณทำลายการผลิตส่วนรวม
แค่ปล่อยให้มีลมหายใจต่อไปได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว
อยากหลุดพ้นจากทางตันที่ดูเหมือนไม่มีทางแก้นี้ก็ยากอยู่
ยากยิ่งกว่าพระถังซัมจั๋งเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกเสียอีก
ถ้าเป็นหลี่ต้าซานลงมือ
ก็ยังยากกว่าตอนเขาซื้อจักรยานกับจักรเย็บผ้าอยู่หน่อยเดียว
“ผิงถิง การรณรงค์ให้คนอ่านออกเขียนได้กับสร้างโรงเรียน ถือเป็นงานสำคัญใช่ไหม?”
หลี่ต้าซานเปลี่ยนเรื่องมาถามจ้าวผิงถิง
สายตาหลายคู่หันไปมองเธอพร้อมกัน
จ้าวผิงถิงเห็นด้วยกับสิ่งที่หลี่ต้าซานพูดเรื่องการรณรงค์ให้คนอ่านออกเขียนได้
จริงด้วย นี่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้
“แต่เรื่องนี้จะหมายความว่าอะไรได้ล่ะ?”
จ้าวผิงถิงเอ่ยว่า “ต่อให้นายได้เป็นหัวหน้ากองผลิต แถมข้างบนยังสนับสนุนให้กองผลิตสร้างโรงเรียน แล้วเงินจะมาจากไหน? ไม้ อิฐ กระเบื้องจะไปหาได้จากที่ไหน?”
ถึงจ้าวผิงถิงจะเห็นด้วยกับคำพูดของหลี่ต้าซาน ก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะสนับสนุนการตัดสินใจของเขา
