“ลุย!”
หลินฮุยพุ่งเข้าใส่ทันทีแบบไม่ให้ตั้งตัว
ทั้งสามคนตะลึงค้าง “เฮ้ย! เฮ้ย! นี่ไม่ทักทายกันก่อนเลยเหรอ? บอกให้ลุยก็ลุยเลย!”
สวีต๋าไม่ลังเล รีบตามลงไปด้วย “พวกนายสองคนอยู่เฉย ๆ นะ!”
เฉินเอ้อหู่ลังเล “จะลุยดีไหม? พี่สวีบอกให้อยู่เฉย ๆ”
หวังหย่งถลึงตาใส่ “พี่ฮุยเขาลุยแล้ว เราจะยืนดูอยู่ได้ไง? ลุยเลย!”
เฉินเอ้อหู่เริ่มลน “แต่ข้า ข้าต่อยไม่เป็นนะ?”
“นึกว่าข้าเป็นรึไง? เราแค่คอยเก็บตกอยู่ข้างหลังเอง มีพี่ฮุยอยู่จะกลัวอะไร!”
“จริงด้วย!”
ทั้งสองคนหัวเราะหึ ๆ แล้ววิ่งตามไปติด ๆ
ในเพิง หัวหน้าหน่วยพลาธิการที่ชื่อต้าโจวกำลังผัดกับข้าวอยู่
พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นหน้าคนแปลก ๆ ก็ขมวดคิ้วทันที “พวกนายเป็นใคร? ไม่รู้หรือไงว่านี่เป็นเขตหวงห้าม ใครให้พวกนายเข้ามา? ออกไป ออกไป ออกไปเดี๋ยวนี้!”
หลินฮุยยิ้มตาหยี “หัวหน้า จำผมไม่ได้แล้วเหรอ?”
หัวหน้าทำหน้างง “นายคือ...”
“ผมไง เสี่ยวเจียง รอบที่แล้วหัวหน้าใช้รถสามล้อผมไปซื้อผัก ยังจำได้ไหม?”
“เสี่ยวเจียง?”
ยังไม่ทันที่หัวหน้าจะตั้งสติได้ หลินฮุยก็ซัดหมัดเข้าเต็มหน้า
ปัง!
หัวหน้าตาลาย ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น เข้าสู่ห้วงนิทรา
คนรอบ ๆ ต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน
เกิดอะไรขึ้น?
ไอ้นี่มันต่อยหัวหน้าสลบไปแล้ว นี่มันใครกันวะ?
“ไอ้พวกเลว กล้าดียังไงมาต่อยคน? หยิบอาวุธมาลุยพวกมัน!”
คนอื่น ๆ ในหน่วยพลาธิการต่างคว้ามีดทำครัวกับทัพพีเหล็กแล้วกรูเข้ามา
หลินฮุยเป็นอันดับหนึ่งในกรมเรื่องการต่อสู้ ฝีมือระดับเทพ จัดไปหมัดต่อคน
สวีต๋าก็เป็นจอมยุทธ์ด้านการต่อสู้ในกองร้อย
ทั้งสองประสานงานกัน ไม่นานก็จัดการคนในหน่วยพลาธิการลงไปกองสลบกันหมด
แต่ที่น่าสงสารหน่อยก็คือหวังหย่งกับเฉินเอ้อหู่...
หลินฮุยมองทั้งสองคน “พวกนายสองคนไม่เป็นไรนะ?”
“ไม่เป็นไร1”
หวังหย่งนั่งหอบแฮก ๆ อยู่กับพื้น หน้าตาบวมปูด “ข่าวลือนี่ไม่เกินจริงเลยสักนิด มิน่าถึงบอกว่าหน่วยพลาธิการมีพลังต่อสู้สูง ลำพังแค่นี้ผมก็โดนไปเจ็ดแปดหมัดแล้ว!”
