จางเจี้ยนเทาถามอย่างร้อนใจว่า “หลินฮุย อีกแค่เดือนเดียวมันก็จะเริ่มการฝึกแล้ว นายไม่นำพาพวกเราฝึกให้ดี ๆ แต่ดันมาหาเรื่องทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย”
ผู้บังคับกองร้อยคนอื่น ๆ พากันพยักหน้า “ใช่ พวกเราเหลือเวลาแค่นี้ ทุกนาทีมีค่า จะมาเล่นตลกแบบนี้ไม่ได้นะ”
หลินฮุยยิ้มตาหยี “ไม่ได้เล่นตลกนะ ที่ทำแบบนี้ฉันมีเหตุผลของฉัน”
“มีห่าอะไรเป็นเหตุผล ถ้านาย...”
หลินฮุยตัดบททันที “พอได้แล้ว! เลิกพูดไร้สาระ ถึงจะมีข้อคิดเห็นอะไรก็ต้องเก็บไว้ ไหนนายเป็นครูฝึกไหนฉันเป็นครูฝึก ขนาดผู้กองยังให้อำนาจฉันมาแล้ว”
ทุกคนถึงกับพูดไม่ออกในทันที
ผู้กองให้อำนาจมาจริง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับกองร้อยหรือใคร ก็ต้องทำตามคำสั่ง
ทหารเก่าคนหนึ่งถาม “บอกมาเถอะ ว่าพวกเราต้องทำอะไรบ้าง คงไม่ได้เอาแต่ไม่ฝึกจริง ๆ ใช่ไหม”
หลินฮุยยิ้มบาง ๆ “เวลาทั้งหมดมีแค่เดือนเดียว ต่อให้พวกนายจะฝึกเก่งแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ สู้ใช้ช่วงเวลานี้เรียนรู้การเอาชีวิตรอดในป่า ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในป่าดีกว่า”
ทหารเก่างงไปหมด “ในป่ามันก็มีแต่ต้นไม้กับหญ้า จะมีอะไรให้คุ้นเคย”
หลินฮุยยิ้มกรุ้มกริ่ม “พวกนายอย่าได้ดูถูกมันเป็นอันขาด ในป่าลึกเต็มไปด้วยอันตรายซ่อนอยู่ทุกที่”
“ต่อจากนี้พวกนายต้องเรียนรู้วิธีซ่อนตัวในป่า วิธีหาของกินในป่า วิธีหาที่นอนในนี้ และทำยังไงถึงจะไม่โดนยุงแมลงสัตว์เล็ก ๆ กัด”
ทุกคนพูดอะไรไม่ออกทันที
นี่มันไปเที่ยวเล่นชัด ๆ เลยนี่หว่า
ไม่มีการฝึกอะไรเลย เล่นเอาล้วน ๆ
“แค่นี้เหรอ”
หลินฮุยหัวเราะเหอะ ๆ “แน่นอนว่ายังมีอีก สิบกว่าวันข้างหน้านี้ จะไม่มีการแจกอาหารกับน้ำให้พวกนายแม้แต่คำเดียว หยดเดียว”
“เหี้ยแล้ว!” ทุกคนอึ้งไปในพริบตา “ถ้างั้นพวกเราจะอยู่กันยังไง”
หลินฮุยยิ้มแหยะ ๆ “ก็ต้องหาทางกันเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”
ทุกคนหมดคำจะพูดโดยสิ้นเชิง
วิธีการฝึกแบบนี้พวกเขาไม่เคยได้ยินไม่เคยเห็นมาก่อน
ไม่เล่นตามกฎเลยสักนิด
หลินฮุยพูดต่อด้วยเสียงดัง “ในช่วงวันต่อจากนี้ เราจะไม่ได้อยู่กับที่ในป่าเดิม ๆ แต่ละวันอย่างน้อย ๆ ต้องเดินทัพในป่าให้ได้สี่สิบกิโลเมตร”
ทุกคนมองหน้ากัน ไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง
สี่สิบกิโลเมตรสำหรับพวกเขาแล้ว แค่จิ๊บจ๊อย
