เห็นไม่มีใครตอบรับ หลินฮุยเลยตะโกนลั่น
"เฮ้ย!"
ทุกคนสะดุ้งโหยง รีบก้มหัวต่ำ
หลินฮุยถามอย่างหมั่นไส้ "มีใครจะขึ้นมาไหม อย่าให้เสียเวลา คนอื่นยังต้องแข่งต่อนะ"
เขากวาดตามอง หลายคนโบกมือปฏิเสธอย่างลนลาน
"คือว่า... ผม ผมปวดท้อง!"
"ฉันเป็นเมนส์"
"ไม่ดีกว่า ไม่ดีกว่า ขอยกโอกาสให้คนอื่น..."
ล้อเล่นหรือไง
สองคนเมื่อกี้เก่งสุดแล้ว
โดนหลินฮุยอัดซะหมาไม่แล ยังสลบไม่ฟื้นเลย
ใครมันจะขึ้นไปหาเรื่อง
ถึงจะบอกว่าแต่ละคนก็ล้วนแต่เป็นทหารชั้นยอดของหน่วย จ้าวสงคราม ชอบเอาชนะ
แต่ในใจก็รู้ดี ขึ้นไปไม่ใช่แค่ไปหาที่ตาย แต่อาจถึงขั้นพังไม่เป็นท่า!
หลินฮุยเดินดูกวาดสายตา ไม่มีใครอยากขึ้นมา เขายิ้มเยาะมองหวังอี้เสวี่ย "ไม่มีใครขึ้นมาเลยนะ กรรมการ งั้นคุณเลือกจากทีมอื่นมาสู้กับผมดีไหม? เลือกเก่ง ๆ หน่อย อย่าอ่อนเกิน"
ท่าทางยียวนของหลินฮุย ทำเอาหวั่งอี้เสวี่ยกัดฟันกรอด
นึกขึ้นมาทันทีถึงตอนเด็กที่เขาชอบรังแกเธอ
ให้ตาย ถ้าไม่ใช่เพราะกฎระเบียบของกองทัพ หวังอี้เสวี่ยอยากจะขึ้นไปเองด้วยซ้ำ!
กรรมการข้าง ๆ เห็นอาการหวังอี้เสวี่ยผิดปกติเลยกระแอมไอ "เอาล่ะ กฎก็คือกฎ! เมื่อไม่มีใครกล้าท้า หมายความว่าเธอชนะสามยก เข้ารอบต่อไปเลย!"
"เฮ้!"
ทหารเก่าสี่นายพรูเข้ามาจับหลินฮุยยกขึ้นสูง ตะโกนด้วยความดีใจ "กองร้อยเราที่หนึ่ง กองร้อยปืนใหญ่ที่ห้าที่หนึ่ง!"
หลินฮุยหันไปทางหวังอี้เสวี่ยแล้วตะโกนอวด "กองร้อยเราที่หนึ่ง! ที่หนึ่ง!"
หวังอี้เสวี่ยกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ
ถ้าเป็นคนอื่นที่ได้ผลงานดีขนาดนี้ เธอต้องปรบมือแสดงความยินดีแน่
แต่กับไอ้สารเลวหลินฮุยนี่ไม่ได้!
