ไป๋หลานหันไปทางกระดานภารกิจอีกครั้ง เขากวาดตามองแล้วไม่เจองานไหนที่เหมาะนัก ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มแผนเรียนเวทมนตร์อย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้เลยแล้วกัน
คิดได้ดังนั้น ไป๋หลานก็เดินไปหาคาน่า และเริ่มเรียนจากเวทมนตร์ไพ่ของเธอ
คาน่ายังคงนั่งเรียงไพ่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง ไป๋หลานดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วนั่งลง คาน่าเงยหน้าขึ้นมอง “มีอะไรเหรอ?”
“ไม่มีอะไร แค่อยากเรียนเวทมนตร์ไพ่จากเธอ ไม่รู้ว่าสะดวกหรือเปล่า”
“นายใช้เวทมนตร์สร้างสรรค์ไม้กับเวทธรรมชาติไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงนึกอยากเรียนเวทมนตร์ไพ่ขึ้นมาล่ะ?”
“รู้สึกว่าเวทมนตร์ไพ่น่าสนุกดี เลยอยากลองศึกษาไว้หน่อย”
พอได้ยินคำตอบ คาน่าก็กลอกตาในใจ มองไป๋หลานที่นั่งฝั่งตรงข้ามแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง
เรื่องฝีมือเวทมนตร์สร้างสรรค์กับเวทธรรมชาติอันแข็งแกร่งของไป๋หลานแพร่ไปทั่วกิลด์แล้ว คนที่พลิกป่ารัศมีหลายร้อยเมตรได้แบบนั้น แทนที่จะขัดเกลาความถนัดหลักที่เก่งเว่อร์อยู่แล้วให้สุดทาง กลับมาขอเรียนเวทมนตร์ไพ่เพราะรู้สึกว่าน่าสนุกเนี่ยนะ? คำว่า “ไม่เอาการเอางาน” แทบจะหลุดจากปากเธออยู่แล้ว
“ก็ได้ แต่ฉันเพิ่งเรียนเวทมนตร์ไพ่ได้ไม่นาน อาจสอนอะไรนายได้ไม่มากนะ”
ระหว่างพูด เธอเหลือบมองกองไพ่ใช้แล้วที่ขอบดำคล้ำ ราวกับมีบางอย่างสะกิดใจเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงกลับเป็นปกติ
“...แต่หลักการบางอย่างฉันก็พอรู้อยู่ ถ้าอยากฟัง ฉันจะอธิบายให้ก่อน”
“แค่เธอยอมสอนก็ดีใจแล้ว เรียนได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น”
“งั้นนายรู้เรื่องเวทมนตร์ไพ่มากแค่ไหน?”
“อืม... แค่เปิดไพ่ก็ใช้เวทมนตร์ได้?”
คาน่ามองไป๋หลานอย่างพูดไม่ออก
“แปลว่าไม่รู้อะไรเลยสินะ”
“แหะ ๆ” ไป๋หลานยิ้มเจื่อน พยายามกลบเกลื่อน
“ช่างเถอะ ฉันจะอธิบายหลักการพื้นฐานของเวทมนตร์ไพ่ให้ฟังก่อน”
“เวทมนตร์ไพ่เป็นเวทมนตร์สายอุปกรณ์ จึงมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างจากเวทมนตร์สายความสามารถของพวกนาย”
“ข้อดีคือไม่ต้องเรียนเวทมนตร์นั้น ๆ ให้เป็น แค่กระตุ้นไพ่ก็ใช้เวทมนตร์ที่อยู่ในไพ่ได้แล้ว ทำให้นายใช้เวทมนตร์ได้หลายชนิดพร้อมกัน แถมยังสลับใช้ได้ตามต้องการ จึงจัดชุดกลยุทธ์ได้หลากหลายกว่า”
“จอมเวทหลายคนศึกษาค้นคว้าเวทมนตร์ได้เพียงชนิดเดียวไปตลอดชีวิต เพราะการแบ่งสมาธิไปเรียนเวทมนตร์เพิ่มนั้นไม่คุ้ม สู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์อย่างเดียวให้เก่งไปเลยยังดีกว่า แต่เวทมนตร์ไพ่ช่วยตัดขั้นตอนการเรียนรู้ ทำให้ผู้ใช้มีความสามารถรอบด้านอย่างเหนือชั้น”
“แต่ข้อเสียก็เห็นได้ชัด เวทมนตร์ไพ่ต้องใช้พลังเวทมหาศาลในการควบคุมไพ่ แถมยังต้องมีไพ่ที่แข็งแกร่งพอด้วย ไพ่ส่วนใหญ่ยังสู้จอมเวทสายความสามารถที่เชี่ยวชาญเวทมนตร์ชนิดเดียวไม่ได้”
“ขีดจำกัดสูงสุดของเวทมนตร์ไพ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังเวทของผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับตัวไพ่ด้วย”
ระหว่างอธิบาย คาน่าหยิบไพ่ใบใหม่ขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ส่งพลังเวทเข้าไป
“อย่างไพ่คมวายุจักรพรรดิใบนี้ ทำได้สูงสุดแค่เรียกกระแสลมคมกริบออกมาโจมตีเป้าหมาย ถ้าใส่พลังเวทไม่พอ ไพ่ก็จะไม่ทำงาน เสียพลังเวทเปล่า ๆ แต่ถ้าใส่พลังเวทเพิ่ม คมวายุก็จะแข็งแกร่งขึ้นนิดหน่อย”
คาน่าค่อย ๆ เพิ่มพลังเวทที่ส่งเข้าไปในไพ่ จนวงเวทบนหน้าไพ่สว่างขึ้น เธอยังใส่พลังเวทต่อจนหน้าไพ่เริ่มร้อน จึงรีบหยุดมือ
“แต่ถ้าใส่พลังเวทมากเกินไปจนเกินขีดจำกัดที่ไพ่รับไหว ไพ่ก็จะพังทันที เพราะงั้นคนใช้เวทมนตร์ไพ่ต้องรู้ว่าไพ่แต่ละใบรองรับพลังเวทได้แค่ไหน จะได้ไม่เปลืองพลังเวทหรือทำไพ่เสียหาย”
“ขีดจำกัดการรองรับพลังเวทของไพ่ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำ ยิ่งวัสดุระดับสูง ไพ่ก็ยิ่งรับพลังเวทได้มาก ถ้าอยากทำไพ่ที่รองรับท่าไม้ก่อกำเนิดอาณาจักรพฤกษา ซึ่งเรียกป่าที่มีรัศมีหลายร้อยเมตรอย่างที่ไป๋หลานเคยใช้ ก็คงต้องใช้วัสดุระดับสูงมาก ต้นทุนการทำไพ่แบบนั้นย่อมแพงไม่น้อย”
“เพราะงั้นเวทมนตร์ไพ่จึงเหมาะจะใช้เป็นเวทมนตร์สนับสนุนมากกว่า ไม่ใช่ใช้เป็นท่าโจมตีหลัก”
หลังฟังจบ ไป๋หลานก็พอเข้าใจเวทมนตร์ไพ่คร่าว ๆ สรุปง่าย ๆ ก็คือเวทมนตร์สายเปย์ ต้องหาคนทำไพ่ที่เหมาะกับตัวเอง ไพ่ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งต้องใช้เงินมาก แถมทำยากขึ้นด้วย แม้พลังโจมตีเฉพาะด้านจะสู้จอมเวทสายความสามารถไม่ได้ แต่ผู้ใช้ก็มีความสามารถรอบด้านกว่า ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะอ่อนแอ อย่างมิสต์กันที่ใช้เวทมนตร์สายอุปกรณ์ล้วน ๆ แม้แต่พลังเวทของตัวเองก็ไม่มี ยังมีฝีมือระดับจอมเวทเอสคลาสของแฟรี่เทลได้เลย
“อย่างนี้นี่เอง แล้วไพ่ของคาน่าทำเองหรือไปจ้างคนทำล่ะ?”
“ฉันศึกษาวิธีทำแล้วก็ทำเองน่ะ”
ดวงตาของไป๋หลานเป็นประกาย
“เก่งจัง แล้วเธอใส่เวทมนตร์ลงไปในไพ่ได้ยังไง? หรือว่าเธอใช้เวทมนตร์พวกนั้นเป็นอยู่แล้ว?”
“ไม่ใช่หรอก อย่างไพ่คมวายุจักรพรรดิที่อยู่ในมือฉัน จริง ๆ แล้วฉันสลักวงเวทคมวายุลงไปในไพ่ พอกระตุ้นไพ่ วงเวทก็จะทำงานเองแล้วปล่อยคมวายุออกมา”
“แล้วสลักเวทมนตร์ที่คนอื่นใช้ลงไปในไพ่ได้ไหม? อย่างเอาเวทมนตร์ของฉันใส่ลงไปน่ะ”
“ตามหลักการแล้วทำได้ แต่ถ้าจะสลักเวทมนตร์ระดับสูง วัสดุต้องมีคุณภาพสูงมาก ยิ่งพลังเวทของนายแข็งแกร่ง วัสดุที่ใช้รองรับก็ยิ่งต้องดีเข้าไปใหญ่ แถมฉันก็ทำไพ่ระดับสูงแบบนั้นไม่ไหว นายคงต้องลองไปถามคนอื่นดูว่าทำได้ไหม”
“อย่างนี้นี่เอง ขอแค่ทำได้ก็พอ ฉันยังไม่รีบทำไพ่สำเร็จรูปหรอก ตั้งใจจะเรียนทำไพ่เองเหมือนเธอ แล้วสะสมเวทมนตร์ที่ใช้ประโยชน์ได้หลาย ๆ แบบ เพื่อเพิ่มวิธีต่อสู้ของตัวเอง โลกนี้มีเวทมนตร์น่าสนใจตั้งเยอะ ถ้าใช้ได้แค่หนึ่งหรือสองชนิดก็น่าเสียดายแย่”
“ขอบคุณที่อธิบายนะ คาน่า ต่อไปฉันขอเรียนทำเวทมนตร์ไพ่กับเธอได้ไหม?”
“ได้สิ ฉันเองก็อยากมีคนคุยเรื่องนี้ด้วยอยู่พอดี” คาน่าตอบอย่างตื่นเต้นเล็กน้อย การมีคนชอบอะไรเหมือนกันย่อมทำให้รู้สึกดีอยู่แล้ว
แม้เวทมนตร์ไพ่จะมีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่เรื่องความสามารถรอบด้านก็ถือว่าใช้ได้เลย
ขอแค่เรียนรู้วิธีทำไพ่ แล้วทำภารกิจหาเงินรางวัลให้ได้วัสดุที่รองรับพลังเวทของตัวเอง ก็จะใช้เวทมนตร์หลากหลายชนิดที่สนใจได้อย่างสะดวก
โดยรวมแล้วถือว่าคุ้มค่าแก่การเรียน ช่วงต่อจากนี้เป้าหมายของเขาก็คือเรียนเวทมนตร์ไพ่
