ความเจ็บแปลบแล่นมาจากติ่งหู
เสิ่นเหย่ไม่ได้กัดแรง แต่เขาใช้เขี้ยวขบคลึงเนื้อนุ่มตรงนั้น เสิ่นจือสูดปากเฮือกหนึ่ง ก่อนยกมืออีกข้างดันแผงอกเขา ทว่าชายหนุ่มกลับนิ่งสนิท มือข้างหนึ่งรวบข้อมือเธอกดไว้ข้างหมอน ส่วนอีกข้างกดรับสายทันที แถมยังเปิดลำโพงให้ด้วย
“จือจือ หลับหรือยัง?” น้ำเสียงนุ่มนวลแสร้งทำเป็นห่วงของเซียวเช่อดังขึ้นในห้องเช่าแคบคับ
เสิ่นจือกัดริมฝีปากล่างแน่น ความทรงจำจากชาติก่อนพรั่งพรูเข้ามา
เป็นเสียงนี้เอง
ชาติก่อนคนคนนี้หลอกให้เธอทิ้งเสิ่นเหย่ หลอกเอาเงินกู้จากแอปของเธอไปสร้างภาพ สุดท้ายพอเจ้าหนี้นอกระบบตามทวง เซียวเช่อก็ผลักเธอออกไปบังมีดโดยไม่ลังเล แล้วหนีหายไป ส่วนเงินก้อนนั้นเธอต้องตามตื๊อเสิ่นเหย่ที่กลายเป็นคุณชายใหญ่ไปแล้วถึงจะเอามาได้
ไอ้ผู้ชายสารเลวนี่พอรู้ว่าเธอติดต่อเสิ่นเหย่ได้ ก็ยิ่งเกาะเธอไม่ปล่อย โลภไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าไม่ใช่เพราะเขายุยงให้เธอลักพาตัวเสิ่นเหย่ เธอก็คงไม่ต้องตาย
จนตายเธอก็ยังจำใบหน้าหวาดกลัวปนเห็นแก่ตัวของเซียวเช่อได้ดี มันช่างต่างจากน้ำเสียงเปี่ยมรักในตอนนี้ราวฟ้ากับเหว
ไอ้สารเลว เธอจะต้องทำให้มันชดใช้ให้ได้
“ยังไม่นอน” เสิ่นจือควบคุมลมหายใจให้สงบ น้ำเสียงเย็นชา
“จือจือ ทำไมเสียงแหบจัง?” เซียวเช่อแสร้งถามไถ่ ก่อนพูดต่อว่า “คืออย่างนี้ โครงการลงทุนเฉพาะกลุ่มของเพื่อนฉันใกล้ปิดรับแล้ว ยังขาดเงินอีกสองหมื่น เธอโอนให้ฉันก่อนได้ไหม เดือนหน้าฉันคืนให้พร้อมดอกเบี้ย”
เสิ่นเหย่ชะงักไป เปลือกตายกขึ้น ดวงตาดำขลับจ้องเสิ่นจือเขม็ง
เมื่อวานซืนเพิ่งเอาไปสามหมื่น วันนี้จะเอาอีกสองหมื่น คิดว่าเขาพิมพ์ธนบัตรอยู่ข้างนอกหรือไง
เสิ่นจือเห็นความเดือดดาลและเยาะหยันพลุ่งพล่านอยู่ในดวงตาของเสิ่นเหย่ได้อย่างชัดเจน เธอรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร ในสายตาเสิ่นเหย่ เธอก็เป็นแค่เจ้าของห้องใจร้ายที่รีดเงินหยาดเหงื่อของเขาไปเลี้ยงผู้ชายคนอื่น
เธอไม่มีเวลาอธิบาย ต้องทำให้เซียวเช่อวางใจก่อน แล้วค่อยทวงเงินที่เคยเสียไปกลับคืน
“ได้สิ” เธอตอบ “พอดีฉันมีอยู่สองหมื่น เดี๋ยวเอาไปให้”
แสงในดวงตาเสิ่นเหย่ดับวูบลงทันที แทนที่ด้วยความเย็นชาราวกับไร้ชีวิต เขาปล่อยมือแล้วพลิกตัวลงจากเตียง
“พรุ่งนี้เที่ยง เจอกันที่ร้านกาแฟใต้ตึกกั๋วเม่า” เสิ่นจือพูดกับปลายสายต่อ “แล้วก็เอานาฬิกาโรเล็กซ์ที่ใส่อยู่ติดมือมาด้วยนะ ฉันรู้จักช่างซ่อมนาฬิกา จะเอาไปให้เขาดูแลให้”
นาฬิกาเรือนนั้นเป็นของมีค่าที่สุดบนตัวไอ้สารเลวนั่น เธอต้องหาทางเอามาให้ได้
เซียวเช่อทางปลายสายดูจะดีใจขึ้นมาทันที “จือจือเอาใจใส่ฉันที่สุดเลย งั้นพรุ่งนี้เจอกัน”
“พรุ่งนี้เจอกัน”
สายถูกตัด
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับมีใครตาย
เสิ่นเหย่ยืนหันหลังให้เธออยู่ข้างเตียง ท่อนบนเปลือยเปล่า แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำสีเขียวคล้ำ ใต้สะบักซ้ายยังมีแผลมีดที่ยังไม่ตกสะเก็ด นั่นเป็นแผลที่เขาได้มาจากการไปจัดการเรื่องให้คนอื่นในสถานบันเทิงเมื่อไม่กี่วันก่อน
เขาก้มลงเก็บเสื้อยืดสีดำบนพื้นแล้วสวมลวก ๆ ผ่านศีรษะ
“คุณจะไปไหน?” เสิ่นจือรีบลุกขึ้นนั่ง โดยไม่ทันสังเกตว่าสายเสื้อเลื่อนหลุดจากไหล่
“ฉันจะไปหาเงินให้เธอ” น้ำเสียงของเสิ่นเหย่เรียบเฉย
“มีเถ้าแก่คนหนึ่งติดเงินพี่ฮุยอยู่ ถ้าทวงคืนได้จะได้ส่วนแบ่งสองหมื่น” ราวกับกำลังสะกดจิตตัวเอง เสิ่นเหย่พูดเสียงแข็ง “ฉันติดหนี้เธอ รออยู่ที่นี่แหละ”
หัวใจของเสิ่นจือบีบรัดวูบหนึ่ง
ชาติก่อนเสิ่นเหย่ไปทวงหนี้แล้วสู้กับบอดี้การ์ดของอีกฝ่ายนับสิบคนจนซี่โครงหักไปสามซี่ เขาจึงเป็นที่ถูกใจของพี่ฮุยและได้รับเงินห้าหมื่นไว้รักษาตัว ส่วนเธอกลับเอาเงินไปทั้งหมด แถมยังเห็นเสิ่นเหย่ที่พักรักษาตัวอยู่บ้านแล้วขัดหูขัดตาไปหมด ไม่เพียงไม่ยอมจ่าย ‘ค่าเช่า’ ยังไม่ยอมให้เขาออกไปหาเงินอีก
เสิ่นเหย่จะไม่เกลียดเธอได้อย่างไร
ชาตินี้เธอจะปล่อยให้เรื่องซ้ำรอยไม่ได้อีก เธอจะไม่ใช้เงินของเขา ไม่บังคับให้เขา ‘จ่ายค่าเช่า’ อีกแล้ว พอคืนเงินที่ติดค้างเขาครบก็จะไล่เขาออกไปเช่าที่อื่น ตัดขาดกันให้เด็ดขาด
ถึงเธอจะทำงานไม่เก่ง แต่ถ้าตั้งใจใช้ชีวิตให้ดี การเลี้ยงตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยาก อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องเข้าไปดัดนิสัยในคุก
เมื่อคนเราเคยสูญเสียอิสรภาพและชีวิตไปแล้ว ก็จะไม่ยึดติดกับของฟุ่มเฟือยอีกต่อไป
“ห้ามไปนะ” เสิ่นจือเท้าเปล่าเหยียบพื้นเย็นเฉียบ แล้วคว้าข้อมือเขาไว้
เสิ่นเหย่หยุดก้าว หันกลับมามองเธอ สีหน้าเยาะหยัน “ถ้าไม่ให้ฉันไป แล้วเธอมีเงินสองหมื่นให้ผู้ชายคนนั้นหรือไง?”
ก่อนหน้านี้เขาก็เคยขัดขืน ไม่อยากเอาเงินที่แลกมาด้วยชีวิตไปอุดหลุมดำอย่างเซียวเช่อ แต่เสิ่นจือก็ร้องไห้โวยวายทุกครั้ง ทั้งขู่ทั้งอ้อน เขาทนเห็นเธอทำท่าเหมือนไม่อยากมีชีวิตอยู่ไม่ได้ มองแล้วก็รำคาญใจจนอยากยกชีวิตให้เธอไปเสียเลย
“ที่ฉันรับปากว่าจะเจอเขา ก็เพื่อเอาเงินที่เคยให้ยืมกับของที่เคยให้ไปกลับคืนมา” เสิ่นจืออธิบาย
เสิ่นเหย่ไม่เชื่อคำพูดของเธอสักนิด กำลังจะเดินต่อ สายตากลับเหลือบไปเห็นหลังเท้าขาวผ่องของเธอ เขาขมวดคิ้ว ก่อนก้มลงรวบตัวเธอขึ้นพาดบ่าด้วยแขนข้างเดียว
เสิ่นจือรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ก่อนจะถูกโยนกลับลงบนเตียงอีกครั้ง
“คุณ... คุณทำอะไรน่ะ?” เสิ่นจือดึงสายเสื้อขึ้นคลุมไหล่
“ฉันเห็นมาหมดแล้ว นอนเถอะ เดี๋ยวกลับมาจะซื้ออาหารเช้ามาให้” เสิ่นเหย่หัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วหันหลังจะเดินออกไป
“ฉันตัดสินใจจะเลิกกับเขาจริง ๆ นะ” เสิ่นจือรีบพูด “คุณกลับมาก่อน”
“เสิ่นจือ วันนี้เธอโดนผีเข้าหรือไง?”
เขาพินิจมองเสิ่นจือ ดวงตาคมกริบคู่นั้นผ่านการเอาชีวิตรอดจากคมมีดมานับครั้งไม่ถ้วน พยายามค้นหาร่องรอยโกหกบนใบหน้าเธอ
เสิ่นเหย่จ้องเสิ่นจืออยู่นานถึงสิบวินาที
ในห้องเช่าแคบ ๆ มีเพียงเสียงพัดลมหมุนเอี๊ยดอ๊าด เขามองไม่เห็นความฟุ้งเฟ้อหรือหลบเลี่ยงอย่างที่เคยเห็นในดวงตาคู่นั้น มีเพียงความจริงใจ
“ได้ พรุ่งนี้ค่อยไป ตอนนี้ขอเติมพลังให้เธอก่อน” ดวงตาของเสิ่นเหย่าแดงก่ำ เขาก้มลงคร่อมร่างเล็กบอบบางของเสิ่นจือ
เขาไม่เชื่อหรอกว่าเธอคิดจะเลิกกับเซียวเช่อจริง ๆ ทุกครั้งเธอก็แค่หลอกให้เขาดีใจ เพื่อให้เขาปรนนิบัติเธอหนักกว่าเดิม
เขาจะตามใจเธอเอง
ถึงจะเหนื่อย แต่ทุกครั้งที่เป็นแบบนี้เขากลับรู้สึกสุขสมอย่างผิดปกติ ไอ้หนุ่มหน้าขาวนั่นก็เป็นได้แค่แฟนในนาม ส่วนผู้ชายตัวจริงของเธอก็คือเขามาตลอด!
เขามีแรงเหลือเฟือที่จะทำให้เธอขาดเขาไม่ได้!
“หา?”
เสิ่นจือยังไม่ทันได้พูดอะไร คอก็ถูกเขางับเข้าให้ นี่มันหมาป่าชัด ๆ!
“เสิ่นเหย่ คุณยังมีแผลอยู่นะ!” เธอรีบตบหลังเขาเพื่อห้าม “ให้ฉันทายาให้คุณดีกว่า”
เธอไม่กล้าใช้คุณชายใหญ่คนนี้อีกแล้วจริง ๆ เกรงว่าทุกครั้งที่ใช้เขา ในใจเขาคงจดบัญชีไว้หมด พอถึงตอนนั้นคงยิ่งเกลียดเธอหนักกว่าเดิม
“ทุกครั้งก็เป็นฉันที่ทายาให้เธอ...”
“...” เสิ่นจือ
นี่ไม่ใช่รถที่ไปโรงเรียนอนุบาลสักหน่อย ฉันขอลงได้ไหม!
