ฮูหยินกู้เห็นกู้เจาจ้องมองอนุภรรยาจางอยู่ตลอด แม้นางจะเดินออกไปแล้วก็ยังมองตาม จึงอดถามไม่ได้
“เป็นอะไรไป? มีสิ่งใดไม่สมควรหรือ?”
กู้เจาเก็บสายตากลับมา
“ไม่มีอะไร อนุภรรยาผู้นี้ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบเห็น”
ฮูหยินกู้ฟังคำเขาแล้ว พลันรู้สึกหมดคำจะพูดกับสวรรค์
“เจ้านี่ๆ ไฉนเลยจะไม่เคยพบเห็น? อนุภรรยาจางมาอยู่จวนเราก็เจ็ดแปดปีแล้ว ห้าวันก็ต้องมีสักสามวันที่ต้องมาช่วยจัดการงานในเรือนข้า ถึงเจ้าจะกลับมาน้อยครั้ง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยพบเห็นเลย แท้จริงเมื่อก่อนไม่เคยใส่ใจมากกว่า?”
แท้จริงก็คือไม่เคยใส่ใจ กู้เจาคิดในใจ หากมิใช่วันนี้จูชิงอวี๋เอ่ยถึงเขาเป็นพิเศษ คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย เขาจะไปใส่ใจได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้เขาช่างคิดเอาเองเกินไปแล้ว อนุภรรยา ภรรยารอง ไม่เพียงต้องปรนนิบัติบุรุษเจ้าของเรือน แต่ยังต้องปรนนิบัติสตรีเจ้าของเรือนด้วย
หากเขาแต่งธิดาตระกูลสูงศักดิ์มีชื่อเสียงเข้ามาจริง นางย่อมไม่อาจอยู่เคียงข้างเขาได้ทุกวันคืน ทุกยามวินาทีเฉกเช่นที่เขาจินตนาการไว้
หรือว่าเขาจะให้จูชิงอวี๋มาอยู่ในตำแหน่งเช่นอนุภรรยาจาง ให้ปรนนิบัติสตรีอื่น คอยจัดสำรับอาหาร ฟังอบรมสั่งสอน และถูกกำหนดกฎเกณฑ์อยู่ทุกวี่วัน?
นางไม่อาจใช้ชีวิตเช่นนั้นได้ และเขาก็ไม่อาจจินตนาการให้นางใช้ชีวิตเช่นนั้นได้
แต่เขาก็ไม่อาจเชิดชูนางให้ไปอยู่ในตำแหน่งเย่อหยิ่งเอาแต่ใจเช่นกุ้ยกุ้ยเฟยได้ การรักอนุภรรยาจนทำลายภรรยาหลวงเป็นหนทางแห่งหายนะ แม้แต่ฮ่องเต้องค์ก่อนที่ทรงเป็นถึงโอรสสวรรค์ยังไม่อาจพ้นชะตากรรมนี้ได้
ดังนั้น หนทางนี้จึงไม่อาจเป็นไปได้อย่างแน่นอน
ก็เหลือเพียงหนทางเดียวที่ไปได้ คือการแต่งนางมาเป็นภรรยาของตน
เพียงแค่เขาเป็นสามีอันถูกต้องชอบธรรมของนาง นางก็จะทุ่มเทหมดใจ จริงใจต่อเขา เยี่ยงที่นางมีต่อจางจิ้งเหยียน
