บทที่ 2 นกยูงรำแพน ส่งรูปหล่อ
ซังซือซวี่จ้องประโยค “รถไถขึ้นเขา” บนหน้าจอ นิ่งเงียบไปหลายวินาที
ใบหน้าเรียบเฉยดึงบทสนทนากลับมา
Lie:【รักอะไรในตัวฉัน】
Nice to meet you:【คุณมีชาติตระกูลดี มีความสามารถ แถมยังหล่อ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่รัก】
Lie:【เคยเจอฉันเหรอ】
เจียงหว่านชะงักไป
ไม่เคยเจอจริง ๆ
ไม่ใช่แค่เธอไม่เคยเจอ คุณหนูกู้มันหนิงก็ไม่เคยเจอเหมือนกัน
พ่อของกู้มันหนิงหามาได้แค่บัญชีเฟซบุ๊กของซังซือซวี่
และในบัญชีนั้นสะอาดเอี่ยม ไม่มีรูปแม้แต่ใบเดียว
รูปโปรไฟล์เป็นภาพใบหน้าด้านข้างเบลอ ๆ ใส่หมวกเบสบอล
สไตล์เป็นแนวศิลปะนามธรรม หน้าตาเป็นยังไงต้องจินตนาการเอาเอง
เจียงหว่านพิมพ์ตอบ——
Nice to meet you:【ไม่เคยเจอค่ะ แต่ดูจากรูปโปรไฟล์ก็รู้ว่าเป็นหนุ่มหล่อ】
ไม่ว่าสวยหรือขี้เหร่ แค่ชมเข้าไว้ก็ถูกแล้ว
ชมเสร็จ เธอก็กวาดตามองเวลาที่มุมซ้ายบนของโทรศัพท์
Nice to meet you:【ที่รัก ฉันไปเรียนก่อนนะ~】
ส่งเสร็จก็เก็บโทรศัพท์ เดินมาหน้ากระจกเพื่อตรวจเช็กเครื่องแต่งตัว
เสื้อไหมพรมสีชมพูซากุระ ข้างในใส่เสื้อเกาะอกสีครีมแอปริคอต กางเกงขายาวเอวสูงสีอ่อนทรงกระบอกเล็กน้อย รองเท้าส้นเตี้ยหนังหุ้มข้อสีขาว
รูปร่างสูงโปร่ง สัดส่วนลงตัวสุด ๆ
ผมยาวดัดลอนยุ่ย ๆ ดึงปอยผมจากเหนือใบหูสองข้างมัดรวมไว้ด้านหลัง
บนใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ ดวงตากลมโตเป็นประกาย เวลายิ้มมุมปากจะเผยอให้เห็นลักยิ้มตื้น ๆ สองข้าง
เมคอัพแนวใสบางรับฤดูใบไม้ผลิยิ่งขับเน้นผิวขาวนวลเนียนของเธอให้มีเสน่ห์เย้ายวนขึ้น
ทั้งการแต่งหน้าและการแต่งตัว ล้วนน่าพึงพอใจมาก
เช็กเสร็จ เจียงหว่านก็สะพายกระเป๋าออกจากหอ
*
อีกด้านหนึ่ง ซังซือซวี่อ่านข้อความจบแล้ว ไม่ได้ตอบกลับ
เขาโยนโทรศัพท์คว่ำไว้บนโซฟา เอนหลังหลับตา
เสียงเพลงข้างหูดังสนั่น
ในหัวพลันนึกถึงข้อความหนึ่งลอยผ่านมา——
“รถไถขึ้นเขา ฮือฮาสนั่น”
......เป็นพิษ
เผยเฮ่อยวินเต้นรำเสร็จกลับมา ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา ดีดนิ้วใส่เขา
“สี่ทุ่มแล้ว ไปเถอะ พรุ่งนี้มีเรียน”
ซังซือซวี่ลืมตา พูดขึ้นทันควันว่า “เดี๋ยวก่อน ถ่ายรูปให้ฉันหน่อย”
“ว่าไงนะ”
เผยเฮ่อยวินคิดว่าตัวเองฟังผิด “นายไม่ใช่คนเกลียดการถ่ายรูปที่สุดไม่ใช่เหรอ”
เมื่อก่อนแค่อยากถ่ายรูปให้เขา ก็ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์อีก
นี่เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เขาเอ่ยคำว่า “ถ่ายรูป” ออกมาจากปากของตัวเอง
เผยเฮ่อยวินยื่นมือขวา เอาหลังมือแปะหน้าผากเขา
“ก็ไม่มีไข้นี่นา”
“พี่ซวี่ นาย——”
“พูดมาก” ซังซือซวี่ยกขาเตะเข้าให้
เตะเสร็จก็ยื่นโทรศัพท์ให้
เผยเฮ่อยวินยิ้มแป้นรับมา สวมบทช่างภาพมืออาชีพ อ้อมไปอยู่นอกเคาน์เตอร์ครัว เล็งตรงมาที่เขา “คลิกคลิก” ถ่ายรัว ๆ
“เอาล่ะ อย่างน้อยยี่สิบรูป พอสำหรับนายแล้ว”
เขายื่นโทรศัพท์คืน พร้อมกับเสี่ยงชีวิต ยืดคอมองแอบดูการกระทำของซังซือซวี่
ความอยากรู้พองตัวแทบจะระเบิดออกมาแล้ว
เห็นซังซือซวี่เลือกรูปที่มุมดีที่สุดและให้บรรยากาศที่สุดจากอัลบั้ม แล้วส่งขึ้นโพสต์บนไทม์ไลน์เฟซบุ๊กอย่างแน่วแน่
ไม่มีแคปชั่น มีแต่รูปหน้าใหญ่ที่ทำให้ตาพร่า
เผยเฮ่อยวินหรี่ตาลง ได้กลิ่นข่าวซุบซิบ
“เพื่อน นายมีอะไรในใจ~”
“เท่าที่ฉันรู้ เฟซบุ๊กของนายนอกจากไว้ติดต่อกับอาจารย์และผู้บริหารบริษัท ก็มีแค่เด็กสาวคนเดียว——กู้มันหนิง”
“ที่ถ่ายรูป... คงไม่ใช่จะให้เธอดูล่ะสิ”
เขาพูดพลางตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ “เฮ้ย นายเริ่มสนใจเธอแล้วเหรอ”
“ฉันจำได้นะว่าเมื่อเดือนก่อนบางคนยังด่าอีกฝ่ายว่าคางคกอยากกินเนื้อหงส์อยู่เลย~”
ซังซือซวี่จ้องเขาเขม็งแล้วลุกเดินจากไป
เผยเฮ่อยวินรีบตามไป แต่ปากไม่หยุด
“ตาถูกแล้วล่ะสิ”
“กู้มันหนิงมีดีจริง ๆ ถึงทำให้ต้นไม้เหล็กอย่างนายออกดอกได้”
พูดยังไม่ทันจบ แขนข้างหนึ่งก็ยื่นมาจากข้าง ๆ ล็อกคอเขาไว้
เผยเฮ่อยวิน “เอ่อ... พี่ พี่ ฉันผิดไปแล้ว......”
ซังซือซวี่รัดหัวเขาไว้ น้ำเสียงดังเบาเท่ากัน
“ฉันจะไปชอบเธอได้ยังไง”
“ถ้ายังพล่ามอีก จะตัดลิ้นทิ้ง”
เขาปล่อยแขน เผยเฮ่อยวินกุมคอไว้ เงียบกริบ
เงียบแต่ในใจน่ะ บ่นไม่หยุด——
ไม่ได้ชอบ แล้วจู่ ๆ จะอัพรูปทำไม
แถมไม่ส่งไปให้คนนั้นโดยตรง แต่กลับโพสต์ลงไทม์ไลน์
บอกว่าไม่มีแผนซ่อนไว้ ผีที่ไหนจะเชื่อ
ในหัวเผยเฮ่อยวินปรากฏสติกเกอร์หนึ่ง——นกยูงรำแพน
*
มหาลัย S
เลิกคลาสเช้า เจียงหว่านกับเพื่อนร่วมห้องโจวเฟยเยี่ยนเดินเล่นเข้าไปในโรงอาหาร
สั่งไก่ตุ๋นเห็ดฟางมา กำลังจะนั่งลง มีเด็กหนุ่มหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินมาจากข้าง ๆ
มือเขากำสายสะพายกระเป๋าคาดอกไว้ แสดงให้เห็นว่าเขาตื่นเต้นมาก
“สวัสดีครับ”
“ผมมู่จื่อคุนจากคณะนิติศาสตร์ ขอแอดวีแชทหน่อยได้ไหมครับ”
เจียงหว่านเงยหน้าขึ้น เผยรอยยิ้มสุภาพ “ขอโทษนะ ฉันไม่คิดจะคบใคร”
เด็กหนุ่มชะงักไป “...ไม่เป็นไรครับ ผมแค่อยากเป็นเพื่อน”
คำพูดนี้ฟังแล้วฝืนใจอย่างเห็นได้ชัด
เห็นได้ชัดว่าเจียงหว่านจัดการกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
เธอยังคงยิ้มอย่างเหมาะสม น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “ขอโทษด้วย”
เด็กหนุ่มหรี่ตาลง พูดเบา “ขอโทษที่รบกวน”
เขาเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
โจวเฟยเยี่ยนมองตามร่างที่จากไป เริ่มตั้งแซว
“น้องหว่านเอ๋ย ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยอย่างเธอ ไม่รู้จักมู่จื่อคุนจริง ๆ เหรอ”
“คนนั้นไม่ได้เป็นแค่นักศึกษาดีเด่นคณะนิติศาสตร์ พ่อแม่ยังเป็นผู้ประกอบการ รวยจริงจัง ถึงขั้นนี้เธอยังไม่ให้โอกาสอีกเหรอ ตกลงเธอชอบแบบไหนกันแน่”
เจียงหว่านคีบมันฝรั่งตุ๋นจนนุ่มขึ้นมา “ฉันไม่มีสเปคในอุดมคติ”
พูดจบก็ยัดมันฝรั่งเข้าปาก
โจวเฟยเยี่ยนก็ตักข้าวเข้าปากเช่นกัน ไม่ลดละ “ไม่มีสเปคก็ได้นะ ลองคบกับหนุ่มดี ๆ สักคนดูสิ”
“ความรู้สึกมันสร้างกันได้”
เจียงหว่านกลืนอาหารในปาก พูดเด็ดขาดว่า “ไม่ ฉันไม่สนใจความรัก”
“แล้วเธอสนใจอะไร”
“หาเงิน”
เจียงหว่านเงยตามองเธอ ดวงตาใสซื่อเป็นประกาย “ตอนนี้ฉันสนใจแค่หาเงิน”
โจวเฟยเยี่ยนกลอกตาใส่ “เธอนี่มันจริง ๆ เลย หัวดื้อ”
“ด้วยหน้าตาและหุ่นของเธอ หาแฟนรวยที่ซื่อสัตย์กับเธอจนตายก็ง่ายนิดเดียว”
“จะลำบากหาเงินขนาดนี้ทำไม”
ในมุมมองของโจวเฟยเยี่ยน เจียงหว่านมีทรัพยากรดี ๆ ไม่ใช้ แต่ดันไปลำบากฟรี
เจียงหว่านวางลูกชิ้นปลาที่คีบขึ้นมา พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างไม่ค่อยมี
“เสี่ยวเยี่ยน ฉันไม่ใช่คนหัวดื้อหรือเป็นคนถือตัวเกินไป ฉันรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร”
“ที่ไม่รักใครเพราะยังไม่เจอคนที่ชอบ ก็เลยเลือกว่าไม่มีดีกว่ามีปัญหา”
โจวเฟยเยี่ยนทำหน้ากร่อย ๆ กัดตะเกียบเบา ๆ ผงกหัว
“รู้แล้ว ต่อไปฉันไม่พูดอีก”
*
กินข้าวเที่ยงเสร็จ เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว
ระหว่างกลับหอพัก ผ่านทุ่งดอกท้อบานสะพรั่งใหญ่ กลีบสีชมพูขาวพลิ้วไหวเบา ๆ ในสายลมฤดูใบไม้ผลิ
เจียงหว่านหยิบมือถือถ่ายรูปไปหนึ่งใบ ตั้งใจจะส่งให้ซังซือซวี่
เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตอบหรือไม่ เธอก็ฝึกนิสัยแบ่งปันชีวิตประจำวันให้เขาตลอด
เปิดเฟซบุ๊ก ถึงนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ที่บอสตันเป็นเวลาเที่ยงคืนกว่า ๆ
อีกฝ่ายน่าจะนอนแล้ว
กำลังจะกดออก เจียงหว่านพบว่าในหน้ามีการแจ้งเตือนใหม่
อีกฝ่ายมีการเคลื่อนไหวใหม่
เคลื่อนไหวเหรอ
เธอกดเข้าไปดูด้วยความสงสัย
วินาทีต่อมา รูปใบหน้าตรงชัด ๆ รูปหนึ่งพุ่งเข้ามาในสายตาแบบไม่ทันตั้งตัว
เจียงหว่านอึ้งไป
(รูปภาพดูในบทต่อไป......)