นี่มีอะไรให้ต้องโกรธ? เธอพูดผิดตรงไหนกัน หลินเจิงเบะปากเดินเข้ามา
จริง ๆ แล้วหลินเจิงมีบทพูดแค่ประโยคเดียว ในโฆษณาปรากฏตัวแค่ห้าวินาที แต่ห้าวินาทีนั้นคือหัวใจสำคัญ
มีเพียงหลินเจิงที่แสดงออกถึงความสบาย ๆ เป็นตัวของตัวเองออกมาได้เท่านั้น ถึงจะทำให้ความหมายที่โฆษณาทั้งชิ้นต้องการสื่อนั้นตั้งอยู่ได้ พูดง่าย ๆ ก็คือจะได้ไม่ทำให้การแสดงห้าสิบห้าวินาทีก่อนหน้าของจ้าวหนิงเสียเปล่า
“ทีนี้ ตามบท ยิ้มให้ฉันดู”
เห็นสีหน้าจ้าวหนิงที่ดูไม่เป็นมิตรอย่างบอกไม่ถูก หลินเจิงก็วางบทลงตามสัญชาตญาณ ยิ้มให้เธอทันที
จ้าวหนิงขมวดคิ้วแน่น ถอยออกมาสวมบทบาทผู้ตัดสิน เธอถึงเข้าใจความทุกข์ของหลี่ย่า เธอออกคำสั่งว่า “หยุด เอาอีกที”
หลินเจิงเก็บสีหน้า ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ยิ้มแบบเดิมออกมาอีก
จ้าวหนิงทำมือหยุด แล้วพูดว่า “เธอคิดว่าตัวเองต้องแสดงอะไร?”
หลินเจิงท่องบทตามสัญชาตญาณ “ผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยตกต่ำถึงขีดสุดแต่เชื่อว่าตัวเองจะเริ่มต้นใหม่ได้”
“ตกต่ำถึงขีดสุดแล้วจะมีรอยยิ้มเหมือนนางฟ้าแบบเธอได้ยังไง? ในบทไม่ได้ให้เธอแสดงความเจ็บปวด แต่เธอจะไม่มีความเจ็บปวดเลยหรือ? รอยยิ้มของเธอควรจะเต็มไปด้วยความกล้า แล้วความมั่นใจของเธอมาจากไหนล่ะ?”
“มาจาก... น้ำหอมเหรอคะ?” หลินเจิงตอบแบบไม่มั่นใจ
จ้าวหนิงกลอกตาแบบห้ามไม่อยู่ พูดว่า “มาจากตัวเธอเอง! ถึงเธอจะเคยทำทุกอย่างพังหมด แล้วยังไง? นอกจากความเป็นความตายก็ไม่มีเรื่องไหนใหญ่แล้ว ถึงเธอจะล้มลงไปนับไม่ถ้วน ตราบใดที่เธอยังมีชีวิตอยู่ เธอก็ควรจะลุกขึ้นมาได้”
เธอพูดพลางจับมือหลินเจิง ออกแรงเบา ๆ ถามว่า “เจ็บไหม?”
ท่ามกลางสีหน้างุนงงของหลินเจิง เธอเพิ่มแรงขึ้นอีกนิด ถามอีกครั้งว่า “เจ็บไหม”
