“เพียะ” เสียงฝ่ามือฟาดดังฉาด เสี่ยวเจิงตบหน้าชูซวงเต็มแรง ไม่นานก็ปรากฏรอยแดงขึ้นมา
องค์หญิงใหญ่เข้าวังและได้รับแต่งตั้งเป็นเจาหยี ชูซวงจึงเรียกตามตำแหน่งในวังอย่างเป็นธรรมดา
ชูซวงกล่าวด้วยความอับอายและโกรธแค้นว่า “เจาหยี หม่อมฉันเป็นเพียงบ่าวต่ำต้อย แต่ถึงอย่างไรก็เป็นคนของสนมลี่ ทรงทำให้หม่อมฉันอับอายเช่นนี้ ไม่เห็นแก่หน้าพระสนมของหม่อมฉันบ้างเลยหรือเพคะ”
“โอ้? เธอจะบอกว่าตีหมายังต้องดูหน้าเจ้าของมันอย่างนั้นหรือ?”
“ท่าน...!” ชูซวงพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าลงอย่างเคียดแค้น
ขณะนี้สวนหลวงอาบแสงแดดเจิดจ้า มีนางกำนัลกับขันทีเดินไปมาอยู่ไม่น้อย การปะทะกันของพวกนางดึงดูดให้ผู้คนพากันมามุงดูอยู่ห่าง ๆ พร้อมกระซิบกระซาบกัน
ทั้งที่เป็นฉากตึงเครียดเร้าใจขนาดนี้ แต่อินซิ่วเยว่กลับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ทำไมภาพของฉากนี้ถึงได้ตกมาตรฐานขนาดนี้? เปลี่ยนช่างภาพหรือไง?
ฉากนี้ควรเป็นการปะทะคารมกันไปมาระหว่างชูซวงกับองค์หญิงใหญ่ ภายนอกดูเหมือนพร้อมเปิดศึก แต่ลับหลังกลับส่งสายตาหยั่งเชิงกัน ทว่าพอเป็นฉากที่เล่นด้วยกันของทั้งสองคน ภาพกลับมีแต่ดวงตาขององค์หญิงใหญ่ ส่วนตัวเอกหญิงมีให้เห็นแค่แผ่นหลัง นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?
พ่อแม่สามียังคงจมอยู่กับเนื้อเรื่อง แต่อินซิ่วเยว่แอบหยิบโทรศัพท์ออกมาเงียบ ๆ แล้ว
