พอเห็นสวี่ฮุ่ยเฟินเดินออกมา คุณป้าเชียนก็รีบโบกมือเรียกให้เธอเข้ามาหาตน
คุณป้าเชียนเองก็คิดว่าในฐานะแม่เลี้ยง สวี่ฮุ่ยเฟินไม่ควรเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นคนที่ไม่ถูกกับทั้งสองฝ่าย
เธอยังกระซิบถามว่า “ไม่เป็นอะไรใช่ไหมจ๊ะ?”
สวี่ฮุ่ยเฟินยิ้มออกมา “ไม่เป็นไรค่ะ เด็ก ๆ ต่างก็ปกป้องฉัน”
แม้สามีคนแรกจะจากไปตั้งแต่ยังหนุ่ม สามีคนที่สองก็ไม่มีความรับผิดชอบอะไรนัก
แต่เธอไม่เคยโทษฟ้าโทษดิน เพราะลูก ๆ ที่ได้มาจากการแต่งงานทั้งสองครั้งล้วนเป็นเด็กดีทั้งนั้น
คุณป้าเชียนเข้าใจแล้ว จึงตบมือสวี่ฮุ่ยเฟินเบา ๆ โดยไม่พูดอะไรต่อ
เธอเองก็คิดว่าลูกสามคนที่ฮุ่ยเฟินคลอดออกมาล้วนเป็นเด็กดีและกตัญญู ต่างจากพี่น้องบ้านเฉิงสองคนนั้นที่อยู่ด้วยยากเหลือเกิน
เฉิงเฉียงได้แต่มองสวี่ฮุ่ยเฟินเดินออกไปต่อหน้าต่อตา ไม่สนใจเรื่องในบ้านเลยสักนิด
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาจะไปลากอีกฝ่ายเข้ามาบังคับให้ทำงานก็ไม่ได้
ด้านนอกประตู เฉิงเหมย์หัวร้องไห้คร่ำครวญหนักกว่าเดิม ราวกับแม่แท้ ๆ ตายไปแล้ว และพ่อแท้ ๆ ก็กำลังจะตายตามไปด้วย
แต่ในสายตาเฉิงอิง นั่นก็แค่ฟ้าร้องแต่ฝนไม่ตก
เฉิงเหมย์หัวยังใช้สองมือขยี้ผมตัวเอง จนผมที่ยุ่งอยู่แล้วกระเซิงยิ่งกว่าเดิม แล้วเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญถึงแม่แท้ ๆ ที่จากไปก่อนวัยอันควร
เฉิงเฉียงผู้เป็นพ่อถูกเสียงร้องกวนจนหัวแทบระเบิด โดยเฉพาะเมื่อเห็นเพื่อนบ้านทยอยกันมาดูเหตุการณ์ ชี้ไม้ชี้มือไปทางบ้านเขาและกระซิบกระซาบกัน
เฉิงเฉียงรู้สึกอับอายมาก สีหน้าจึงยิ่งบึ้งตึง แต่ตอนนี้ถ้าเขาไม่ทำให้ลูกสาวพอใจ เธอก็คงจะโวยวายต่อไป
เฉิงเฉียงจำต้องเดินออกจากบ้าน กลั้นความโกรธแล้วพูดว่า “พอแล้ว พอได้แล้ว มีอะไรกลับเข้าไปคุยกันในบ้าน ทุกเรื่องคุยกันได้ทั้งนั้น”
มือที่ขยี้ผมของเฉิงเหมย์หัวชะงักไป เธอรู้ว่าพ่อกำลังจะยอมอ่อนข้อแล้ว
แต่แค่นั้นจะพอได้อย่างไร “ฉันไม่มีพี่ชายแบบนั้นหรอก มีแต่จะเกาะน้องสาวแท้ ๆ ดูดเลือด แบบนี้ต้องคั้นน้ำมันจากเศษกระดูกฉันออกมาให้หมดถึงจะพอใจใช่ไหม?”
