ชิงมือคล่องแคล่ว ดูปุ๊บก็เป็นปั๊บ ห่อได้ขนาดพอเหมาะ รูปร่างน่ารัก
ซีกับเจว๋ยตั้งใจมาก วางแป้งเกี๊ยวบนฝ่ามือซ้าย มือขวาใช้ตะเกียบคีบไส้ทีละนิด แล้วพับครึ่งอย่างระมัดระวัง ไล่จับจีบไปตามขอบ
ส่วนม่อกับเหยียนยิ่งพยายามยิ่งน่าสงสาร แรงมือเยอะ เผลอแป๊บเดียว เกี๊ยวก็แตกซะแล้ว ไส้ทะลักออกมาไหลเลอะปลายนิ้วไปหมด
เหยียนถึงขั้นหยิบแป้งแผ่นใหม่มาพยายามกู้ชีพ สรุปก็คือปั้นจนเป็นก้อนกลม
แต่โชคดีที่ฝึกฝนบ่อยเดี๋ยวก็ชำนาญ หลังจากห่อเกี๊ยวหน้าตาพิลึกไปสิบกว่าลูก สุดท้ายก็พอได้รับอนุญาตให้เอาไปวางข้างเกี๊ยวที่ชิงกับไป๋เจ๋อห่อไว้
ตั้งหม้อต้มน้ำ พอน้ำเดือดพล่าน ก็ใส่เกี๊ยวขาวอ้วนปุ๊กลุกลงไป ปิดฝาหม้อแค่ครู่เดียว พวกมันก็ลอยขึ้นมาทีละลูกๆ
ซุปไก่ก็ใกล้จะตุ๋นได้ที่แล้ว เนื้อเปื่อยยุ่ยหลุดจากกระดูก น้ำซุปหอมหวานใสแจ๋ว
ข้างนอกคือเสียงลมหนาวหอนคราง ในถ้ำมีอาหารร้อนฉ่าอยู่บนโต๊ะ
ทุกคนนั่งล้อมวงกัน ครึกครื้นดีแท้
เกี๊ยวหน้าตาขี้เหร่ก็ตกลงไปอยู่ในชามของเหยียนกับม่อตามระเบียบ แต่ทั้งคู่ไม่ใช่คนเรื่องมาก แค่กินได้ก็พอ
ซีพยายามตามหาเกี๊ยวที่เขากับเจว๋ยห่อไว้ เด็กสองคนถึงกับกระซิบกระซาบคุยกันเรื่องลักษณะรูปร่างของมัน
เหยียนอดใจรอไม่ไหว ชิมไปคำนึง ปรากฏว่าเกี๊ยวร้อนเกิน ดีดดิ้นเร่าๆ อยู่ในปากราวกับเต้นเบรกแดนซ์
“ซี้ด…อร่อย…”
ผิวแป้งเหนียวนุ่มลื่นลิ้น ข้างในชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซุป ทั้งสดทั้งหอม แถมยังมีน้ำจิ้มพริกปรุงรสอีก กัดเข้าไปคำเดียว อร่อยจนแทบเหินฟ้า
