บ่ายแก่กลางฤดูใบไม้ร่วง ใต้ร่มเงาไม้ แสงอาทิตย์ลอดผ่านช่องว่างประกายวิบวับ สายลมเย็นบางพัดไล่ปอยผมข้างหู ขนตาของชิงขยับแผ่ว ปลายตาโค้งงามคล้ายจันทร์เสี้ยวเพราะกำไลข้อมือเส้นนั้น
เหยียนนั่งอยู่บนสนามหญ้าข้าง ๆ มือทั้งสองประสานรองท้ายทอย เอนกายพิงลำต้น ขาข้างหนึ่งตั้งเข่า คาบก้านหญ้าไว้ในปาก ท่วงท่าดูสบาย ๆ สายตากลับเฝ้ามองใบหน้านวลบางของชิงตลอด รอคอยปฏิกิริยาของเขา
ชิงสวมกำไลที่เปล่งประกายระยิบระยับ ยกข้อมือขึ้นมองแล้วมองอีก ไม่พูดอะไร แล้วก็มองเหยียนเงียบ ๆ อยู่อย่างนั้น ดวงตาสีทองอ่อนราวกับผ่านไอน้ำร้อนชื้นมา แววตาพร่าเลือนอบอุ่น
กำไลเส้นนี้พบเจอที่ตลาดนัดเมื่อวาน สีส้มอ่อน เขียวขาว น้ำเงินภูเขาหิมะ... อัญมณีหลากสีถูกเจียระไนและร้อยเข้าด้วยกันทีละเม็ด วางอยู่บนใบไม้ ราวกับลำธารที่ส่องประกายท่ามกลางแสงตะวันในฤดูใบไม้ผลิ เปล่งประกายพราวระยับ
ผู้สร้างมันขึ้นมาทุ่มเทแรงใจไปมาก ราคาจึงสูงตามไปด้วย แต่เพราะใกล้ช่วงคลื่นความหนาวเย็น ทุกคนต่างแลกเปลี่ยนอาหารเป็นหลัก ต่อให้ชอบมาก ก็ทำได้แค่หยุดยืนมองอยู่แค่ครู่เดียว
แม้ชิงจะแค่มองผ่านไปแวบเดียว แต่เหยียนก็รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าเขาชอบ จึงให้อีกฝ่ายเก็บไว้ให้ตน
คืนนั้นขณะที่ทุกคนนอนหลับกัน เหยียนเข้าไปในป่าเขาตามลำพัง ล่าสัตว์อยู่ทั้งคืน จนสว่างจึงแบกซากอสูรร้องมอกลับมาด้วยความเหนื่อยล้า
