เซียวยื่นมือไปบีบแก้มไป๋เจ๋อ พลางหยอกล้อว่า “แล้วทำไมตาถึงแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้ล่ะ?”
“ลมพัดน่ะ” ไป๋เจ๋อใช้แขนเสื้อเช็ดตา พูดเบา ๆ แล้วยังขยับเข้าไปใกล้ตัวม่อ พร้อมลองจับมือเขาดู
ม่อไม่ได้สะบัดออก ปล่อยมือไว้อย่างนั้น ให้เด็กน้อยจับไว้ สายตามองไปยังภายนอกอันมืดมิด เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“โอ้~” เซียวก็ไม่เปิดโปง ก้าวยาว ๆ ไปที่เบาะหญ้า เอียงตัวนอนลง เท้าศอกหนุนศีรษะ มองดูลูกทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างกองไฟด้วยความสนุกสนาน
อาหารของไป๋เจ๋อแทบไม่ได้แตะ ม่อยกชามขึ้นดื่มน้ำแกงเนื้อหมดในไม่กี่อึก แล้วใช้ใบไม้ห่อเนื้อย่างกับเนื้อในแกง ยื่นให้ท่านพ่อมนุษย์สัตว์ของเขา
“คิดถึงพ่อถึงขนาดนี้เลยรึ?” เซียวแสร้งทำเป็นแปลกใจดีใจ ยิ้มพลางหยอกไป๋เจ๋อ “ถึงกับเก็บอาหารไว้ให้พ่อด้วย”
ไป๋เจ๋อพยักหน้าอย่างรู้สึกผิด “ท่านอาเหนื่อยแล้ว ทานเยอะ ๆ นะครับ”
เซียวหัวเราะร่วนขณะกินอาหารเหลือของเด็กน้อย พลางพูดอย่างปลื้มใจ “โอ้โฮ ไม่เสียแรงที่แบกเจ้ามาตั้งนาน!”
ม่อเริ่มเก็บชามตะเกียบบนโต๊ะ ใส่ลงในหม้อหินแล้วยกออกไปด้วยกัน ก่อนจะนั่งยอง ๆ ล้างอยู่ที่ปากถ้ำ
ไป๋เจ๋อก็ไม่อยู่นิ่งเช่นกัน อาสาเข้าไปช่วย
ม่อรู้สึกว่าเด็กน้อยเกะกะ จึงบอกให้เขากลับไป เด็กน้อยกอดเข่า นั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ ดูท่าทางน้อยอกน้อยใจ
“นี่” ม่อจำต้องยื่นชามที่ล้างด้วยผลฟองสบู่เสร็จแล้วให้ไป๋เจ๋อ แล้วให้เขาเอาไปใส่กะละมังที่ห่างกันแค่ไม่กี่เซนติเมตร เด็กน้อยก็ดีใจขึ้นทันที กระดี๊กระด๊ายื่นมือไปรับ
