เด็ก ๆ ลุกขึ้นจากพื้น ก้นกระแทกจนเจ็บ หลังก็ถูกเฆี่ยนจนเจ็บ แถมแขนกับคอเต็มไปด้วยรอยเขี้ยวเป็นวง ๆ แต่ละคนทำหน้าบูดบึ้ง ทั้งโกรธทั้งโมโห หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไป
เสี่ยวกวงโถวเข่าเป็นแผลถลอก ดูค่อนข้างหนัก เจว๋ยเลยให้อิ่งพาเขาไปยังที่ร่ม ล้างแผลด้วยน้ำก่อน ส่วนเจว๋ยจะไปเอาสมุนไพรที่หมอผีผู้ยิ่งใหญ่
ซีใช้มือปัดฝุ่นบนหน้าเปะปะ ขยับเข้าไปใกล้เจว๋ย โชว์เขี้ยวเสือน้อย ตาเป็นประกายวาววับ พลางเอ่ยว่า “เจว๋ย เจ้านี่เก่งจริง ๆ เลย!”
เจว๋ยไม่ได้ทำเหมือนทุกที คอยปัดเสื้อให้ซี หรือหวีผมยุ่ง ๆ ให้เขา
ซีรู้สึกแปลก ๆ อยากจะดึงมือเจว๋ย แต่พอนิ้วแตะก็ถูกสะบัดออก เขารู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที “เจว๋ย เจ้าจะทำอะไรน่ะ?”
เจว๋ยทำหน้าเย็นชา “พวกเขามีกี่คน แล้วพวกเจ้ามีกี่คน?”
ซีกัดนิ้ว “แต่พวกเขารังแกคนอื่นนี่นา...”
เจว๋ยถาม “กลับไปเรียกคนมาเพิ่มแล้วค่อยกลับมาสู้ไม่ได้หรือ?”
ซีเงยหน้าขึ้น “เดี๋ยวพวกนั้นก็หนีไปก่อนสิ”
เจว๋ยสวนกลับ “พวกนั้นไม่หนี แล้วพวกเจ้าสู้ได้หรือ?”
“ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าใจร้อน”
“มีอะไรก็บอกข้าก่อน”
ซีขมวดคิ้วมุ่น ก้มหน้าลง “แขนข้าก็เจ็บมากเลยนะ เจ้ายังจะว่าข้าอีก”
“ขาก็เจ็บ...”
สายตาของเจว๋ยเลื่อนลงไปที่น่องของซีที่แดงเพราะกระแทก และข้อศอกที่ถลอกถลอก สีหน้าที่เคร่งขรึมค่อย ๆ ผ่อนคลายลง เขาถามว่า “ต่อไปจะทำแบบนี้อีกไหม?”
ซีตาแดงก่ำ เพราะร้องไห้ ส่ายหน้า
เจว๋ยถอนหายใจเบา ๆ “ยังเดินได้ไหม?”
ซีกัดริมฝีปากล่าง พยักหน้า
เจว๋ยลดน้ำเสียงให้เบาลง “ข้าไม่ได้ดุนะ”
ซีไม่ตอบ เดินก้มหน้าก้มตาไปข้างหน้า
เจว๋ยเดินตามข้าง ๆ “ท่านพ่อของข้าบอกว่า วันนี้จะทำนมมะม่วงแช่แข็ง”
