เพียงชั่วคืนเดียว เรื่องราวของอาหารเลิศรสที่ไป๋เจ๋อทำก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเผ่า
รุ่งเช้าวันต่อมา ดวงอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า พวกมนุษย์สัตว์ก็พากันมาช่วยงาน จำนวนมากกว่าเมื่อวานเป็นเท่าตัว
มนุษย์กึ่งสัตว์หลายคนยิ่งมาด้วยความเลื่อมใส แถมยังนำอาหารของตัวเองมา หวังจะเรียนรู้ฝีมือการทำอาหารจากไป๋เจ๋อ
ม่อแบกอสูรร้องแบ๊ะที่เพิ่งล่ามา เหยียบหยาดน้ำค้างในป่ามุ่งหน้ากลับถ้ำ
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้คนที่กระตือรือร้นเหล่านี้ ไป๋เจ๋อกลับรู้สึกประหม่าไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ซ้ำร้ายชิงและซิงก็ไม่อยู่ด้วย
ชาติก่อนเขาไม่ค่อยมีเพื่อน วงสังคมก็แคบ ปกติชอบเก็บตัวอยู่บ้านอ่านหนังสือ หลังจากคุณตาคุณยายจากไป ก็ยิ่งกลายเป็นคนโดดเดี่ยวตัวคนเดียว
อยู่ ๆ ก็ต้องมาอยู่กับคนมากมาย อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่ผู้คนห้อมล้อม ไป๋เจ๋ออดไม่ได้ที่จะกระวนกระวายใจ ได้แต่ดึงเจว๋ยมาเป็นเพื่อน เพื่อบรรเทาความอึดอัดของตน
ในที่สุด หลังจากทนทรมานอยู่พักหนึ่ง ร่างที่คุ้นเคยก็ปรากฏในสายตา เขามองราวกับเห็นผู้ช่วยให้รอด รีบสาวเท้าเข้าไปหา โบกมือให้ม่อแต่ไกล
ม่อสะบัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกก่อนเข้าใกล้ เห็นสีหน้าตึงเครียดของไป๋เจ๋อ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีอะไรงั้นรึ?”
“ไม่มีอะไร” ไป๋เจ๋อถอนใจโล่งอก ส่ายหน้า พูดพลางยื่นมือไปรับของที่ม่อแบกมา
“ไม่ต้อง ข้าเอาไปจัดการที่ริมลำธาร”
ไป๋เจ๋อรีบบอก “ข้าไปกับเจ้าด้วย”
สายตาของม่อมองข้ามไหล่เขา ไปยังผู้คนหน้ากลุ่มถ้ำ แล้ววกกลับมาจ้องหน้าไป๋เจ๋ออีกครั้ง นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถาม “เจ้ากลัวคนงั้นรึ?”
